ชาวบ้านทนไม่ไหวร้องสื่อ ช่วยเป็นกระบอกเสียงส่งถึงหน่วยงานรับผิดชอบ เนื่องจากไฟเตือนให้ลดความเร็ว เขตบริเวณหน้าโรงเรียน ตามทางหลวงชนบท 3 แห่ง เอียงหนีนอกเส้นทางออกไปจากถนน ไม่มีการดูแลซ่อมแซม
นี่เป็นสภาพป้ายเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรถความเร็วขณะขับขี่เขตบริเวณหน้าโรงเรียนหลายแห่งใน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มีสภาพเอียงหมุนไปตามแรงลมหันไปคนละทิศละทาง บ้างก็โค่นล้มลงจนมองไม่เห็นป้ายสัญญาณเตือน
ชาวบ้าน ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวช่อง 8 ว่า บริเวณทางหลวงชนบท สายสุรินทร์–เมืองลีง อำเภอจอมพระ มีเสาไฟฟ้าติดแผลงไฟสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่รถ ที่กำลังจะขับผ่านเขตหน้าโรงเรียน ลดความเร็วต่ำกว่า 30 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง แต่แผงสัญญาณไฟเตือน ได้ถูกแรงลมพัด จนกระทั่งหมุนไปขนานกับถนน ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ทราบว่า มีสัญญาณเตือนเป็นเขตโรงเรียน จึงขับขี่ด้วยความเร็ว ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุแก่เด็กนักเรียนได้
โดยเสาสัญญาณไฟเตือนจราจร เสาแรก ช่วงก่อนทางเข้าโรงเรียนบ้านท่าสว่าง หมู่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมือง เสาไฟเตือนจาราจร ลดความเร็วลง หันจากถนนไปขนาดกับถนน แต่ไฟกระพริบยังทำงานปกติ
ส่วนเสาสัญญาณเตือนจราจร ลดความเร็ว ก่อนถึงโรงเรียนบ้านประทัดบุอาลอ หมู่ 5 ตำบลนาดี ก็ปรากฏว่า เสาไฟสัญญาณเตือน ให้ลดความเร็วลง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถูกแรงลมพัดหมุนหันออกไปจากถนน แจ้งเตือนคนละด้านกับถนนเป็นทุ่งนาของชาวบ้าน ประชาชนสัญจรไป - มา มองเห็นแต่ด้านหลังป้าย ส่วนที่มองเห็นไฟกระพริบก็เป็นด้าน ทุ่งนาของชาวบ้าน
ขณะที่ เสาไฟสัญญาณเตือน ให้ลดความเร็วลด ก่อนถึง โรงเรียนบ้านหัวตะพาน หมู่ 11 ตำบลเพี้ยราม ปรากฏว่า เสาป้ายลดความเร็วลงเขตโรงเรียน ล้มโค่นลงนอนกับพื้น ไม่มีการดูแลและซ่อมแซม
จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลซ่อมแซม เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

















