โซเซียล-ทวิสเตอร์ แห่แชร์ตั้งคำถาม'โซโล'ลูกแอ๊ด คาราบาว เคยเจอคดีพรากผู้เยาว์แต่ยังได้ติดยศ ร.ต.ท.

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกสังคมออนไลน์ สำหรับกรณีที่ นายวรมัน โอภากุล หรือโซโล ลูกชายของศิลปินเพื่อชีวิตรุ่นใหญ่ แอ๊ด ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ได้รับพระราชทานยศข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็น ร.ต.ท.วรมัน โอภากุล โดยเพจเฟสบุ๊ก CSI LA ได้เปิดประเด็นตั้งคำถามถึงเรื่องดังกล่าว รวมไปถึงสมาชิกผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้แชร์ภาพบันทึกข้อความการเข้ารับราชการของลูกชายนักร้องดังพร้อมด้วยข้อความว่า “รู้หรือยัง ลูกแอ๊ด คาราบาว อดีตผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์-ถ่ายคลิปแบล็กเมล์ ตอนนี้กลายเป็นร้อยตำรวจโทไปแล้ว” และมีการรีทวีตเป็นจำนวนมาก

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2553 ลูกชายของนักร้องชื่อดังเคยตกเป็นข่าวดังมาแล้ว หลังเจ้าตัวกับเพื่อนอีก 2 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี จากโรงเรียนดังแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท เพื่อกระทำอนาจาร แถมยังมีการถ่ายภาพไว้เพื่อข่มขู่และแบล็กเมล์ เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2548 หลังจากที่พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อได้มีการติดตามตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาล ทว่าในส่วนของลูกชายของนักร้องดังได้ขอเลื่อนโดยอ้างว่าติดสอบ

ขณะที่ “แอ๊ด คาราบาว” เองก็ได้มีการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อนายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอัยการสูงสุดในขณะนั้นขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมในหลายประเด็น

ปรากฏว่าในเวลาต่อมา นายเริงฤทธิ์ สิทธิไตรย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 3 ได้เปิดเผยว่าเกี่ยวกับคดีดังกล่าวนั้นทางอัยการได้มีการดำเนินคดีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น คือ นายภควัชร หรือไผ่ พันธ์มณี และนายธนาศักดิ์ หรือแฮม แสงฤทธิ์ แต่ในส่วนของนายวรมันต์ อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องแต่อย่างใด โดยอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 3 เคยระบุว่า ในส่วนรายละเอียดและเหตุผลในคำสั่งไม่ฟ้องนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากมีระเบียบปฏิบัติเรื่องการให้สัมภาษณ์ของพนักงานอัยการ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนกับผู้ที่ไม่ใช่คู่ความได้

สำหรับคดีนี้ตามคำฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2548 นายวรมันต์ ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง, นายภควัชร จำเลยที่ 1 และนายธนาศักดิ์ จำเลยที่ 2 ร่วมกันพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดา มารดาเพื่ออนาจารโดยปราศจากอันสมควร, ร่วมกันพาเด็กอายุไม่ 15 ปี เพื่ออนาจาร โดยจำเลยที่ 1 กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี โดยไม่ยินยอมซึ่งจำเลยที่ 1 กระทำอนาจารเด็กหญิงโดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายโดยอยู่ในภาวะที่ขัดขืนไม่ได้ และทั้งสามยังร่วมใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายโดยให้ดื่มน้ำผสมยาเพื่อกระทำชำเรา และจำเลยที่ 1 ยังได้ถ่ายภาพวิดีโอที่ผู้เสียหายอยู่ในสภาพเปลือยทั้งก่อนชำเรา ขณะชำเรา และหลังชำเรา โดยขู่เข็ญผู้เสียหายว่าถ้าไม่ยินยอมให้ถ่ายจะนำภาพเปลือยไปลงอินเทอร์เน็ต จึงทำให้ผู้เสียหายยินยอม จากนั้นจำเลยที่ 1 กับพวกก็ได้นำภาพถ่ายไปเผยแพร่ลงอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังกระทำผิดต่อเสรีภาพและชื่อเสียง โดยข่มขืนใจผู้เสียหายให้จำยอมกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด โดยขู่ว่าจะทำให้อันตรายแก่ชื่อเสียง ซึ่งจำเลยที่ 1 ยังบังคับให้ผู้เสียหายเปลือยกาย กอด จูบและชำเรา แล้วบังคับให้ถ่ายภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 และนายวรมันต์ที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง กระทำผิดฐานสนับสนุนช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ชำเราผู้เสียหายโดยไม่ยินยอม ซึ่งจำเลยที่ 2 ร่วมกับนายวรมันต์ขับรถยนต์พาผู้เสียหายไปให้จำเลยที่ 1 ชำเราที่ห้องนอนของนายวรมันต์