ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ต้นทุเรียนพันธุ์หลง-หลิน อายุกว่า 130 ปี ถูกพายุพัดหักโค่น เสียหายจำนวนมาก ส่วนที่ สวนส้มอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ประสบปัญหาลูกเห็บตกใส่ จนผลส้มแตกเสียหาย อีกทั้ง ลิ้นจี่ ลำไย เงาะ และ หอมหัวใหญ่ เสียหายเกือบยกสวน
เกษตรกรสวนส้ม ในเขตบ้านแม่สูนน้อย ตำบลแม่สูน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบผลส้มที่เสียหาย มีรอยแตกปริ จากเหตุการณ์ที่มีพายุลูกเห็บ ขนาดเท่ากับปลายนิ้วก้อยจนถึงเหรียญสิบบาท ตกกระหน่ำอย่างหนัก ใน 3 ตำบลของ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย ตำบลแม่สูน ตำบลแม่งอน และตำบลแม่คะ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบ ส้มที่อยู่ในช่วงก่อนการเก็บผล เสียหายจำนวนมาก โดยเกษตรกรเล่าว่า ช่วงที่ลูกเห็บตกนั้น ไม่มีฝน มีแต่พายุและลูกเห็บ ตกอย่างหนักเพียงแค่ 15 นาที แต่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง โดยนอกจากส้มแล้ว สวนลำไยที่กำลังออกช่อ ติดผล ถูกลูกเห็บตกใส่จนเหลือแต่ก้าน นอกจากนี้ จากนี้ ยังมี ลิ้นจี่ เงาะ หอมหัวใหญ่ เสียหายเกือบยกสวน
ชาวสวนผลไม้เมืองลับแลถูกพายุฝนพัดถล่มเสียหาย
ส่วนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ นายสุชาติ ปิ่นจันทร์ ประธานคณะทำงานด้านไม้ผล สภาเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเสียหายสวนทุเรียนพันธุ์ หลง-หลิน ลับแล ของนายประทีป แก้วผิว ชาวสวนผลไม้ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
หลังถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่ ส่งผลทำให้ต้นทุเรียน ที่สร้างชื่อให้กับจังหวัดอุตรดิตถ ์อายุ 130 ปี ขนาด 1 คนโอบ ที่กำลังติดผลอ่อน หักโค่นชนิดถูกพายุพัดถอนรากถอนโคน มีกิ่งก้านหัก ผลทุกเรียนหล่นกระจายเต็มพื้น
เจ้าของสวนบอกว่า เห็นแบบนี้แล้ว ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เพราะ อีก 2 เดือนข้างหน้า (เดือนมิถุนายน) ก็จะสามารถเก็บผลทุเรียนได้ ที่ผ่านมา ทุกคนในบ้าน เฝ้าบำรุงดูแลมาตลอด แต่กลับถูกพายุ กระหน่ำหายวับไปกับตา เพียง 1 ชั่วโมง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบแสนบาท
นอกจากต้นทุเรียนอายุ 150 ปีแล้วยังมี ต้นทุเรียนหลงลับแล-หลินลับแล ที่กำลังติดดอกออกผลอ่อน ถูกพายุพัดหักโค่นแล้วกว่า 60 ต้น รวมถึงต้นทุเรียนหมอนทองอีกด้วย
ทั้งนี้ เกษตรกรบอกว่า หากจะเร่งปลูกต้นทุเรียนทดแทน ต้องใช้เวลาอีก 8 ปี จึงจะสามารถออกผลผลิตได้ ส่วนในปีนี้ คาดการณ์ว่า สถานการณ์พายุฤดูร้อน จะทำให้ทุเรียนลับแล มีผลผลิตลดลง ร้อยละ 50
สุรินทร์-เร่งช่วยเหลือชาวบ้านหลังถูกพายุพัดถล่มเสียหาย
ต่อกันที่ ศาลากลางบ้านพญาราม หมู่ 9 ตำบลเพี้ยะราม อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ นางสาว ดวงพร บุญครบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ ฝ่ายปกครอง มอบสิ่งของและถุงยังชีพ ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบวาตภัย ในท้องที่ตำบลเพี้ยะราม จำนวน 95 คน
เนื่องจาก ช่วงวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุพายุฤดูร้อน พัดถล่ม พัดเอาหลังคา หลุดจากบ้านเรือนประชาชน และ ยุ้งฉางข้าวได้รับความเสียหายจำนวนมาก เบื้องต้น องค์การบริหารส่วนตำบลที่เกี่ยวข้องได้จัดงบประมาณช่วยเหลือ ซ่อมบ้านให้ผู้ประสบภัยแล้ว
สำหรับจังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่ช่วงวันที่ 15 มีนาคม 2560 เกิดพายุฤดูร้อน เกิดขึ้น ใน 6 อำเภอ จาก 17 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ศีขรภูมิ อ.สังขะ อ.ลำดวน อ.สนม อ.จอมพระ และ อ.เมืองสุรินทร์ ได้รับความเสีย กว่า 200 หลัง
จากนั้น เกิดพายุขึ้นอีก เป็นระลอก 2 ในช่วงวันที่ 24 มีนาคม เป็นต้นมา เสียหายเพิ่มเติม ในพื้นที่อำเภอเมือง และ อำเภอพนมดงรัก ล่าสุด ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนแล้ว
ปิดท้ายที่ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีปริมาณฝนลดลง
ส่วนภาคใต้ จะมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 28-29 มีนาคม 2560 ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงด้วย

















