บรรยากาศช่วงปิดเทอม ประกอบกับเป็นช่วงฤดูร้อน ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลายไปเล่นน้ำคึกคัก โดยที่ จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านหาดเสลา เนรมิตริมแม่น้ำปิง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่
ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลาน ไปเล่นน้ำคลายร้อน ที่หาดทราย ริมแม่น้ำปิง ของหมู่บ้านหาดเสลา หมู่1 ต.เขาดิน อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสววรค์ อย่างคึกคัก หลังชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันเนรมิตพื้นที่บริเวณดังกล่าว กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่
โดยปรับหน้าดินริมแม่น้ำ กลายเป็นหาดทรายยาว 400 เมตร พร้อมกับมีการกั้นอาณาเขตเล่นน้ำไว้ และ ประกาศเตือนให้นักท่องเที่ยว เล่นน้ำกันอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือผู้ปกครอง คอยดูแลบุตรหลาน ไม่ให้ไปในเขตน้ำลึก เพื่อความความปลอดภัย ทำให้ช่วงเวลา 15.00น.–19.00 น. มีนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย แห่กันมาเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างคึกคัก
ขณะเดียวกัน บนฝั่งยังมีร้านค้า จำหน่ายเครื่องดื่ม และอาหารไว้บริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยว เลือกซื้อมานั่งรับประทาน ส่งผลให้ชาวบ้านในท้องที่ มีรายได้ดีในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะร้านเช่าห่วงยาง มีรายได้เฉลี่ยถึงวันละ 3000-6000 บาท
ส่วนที่ จ.เลย คึกคักไม่แพ้กัน สำหรับ 'แก่งลำน้ำสาน' ต.ลาดค่าง อ.ภูเรือ ที่ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานมาเล่นน้ำคลายร้อน ท่ามกลางอากาศร้อนจัด พร้อมเลือกซื้ออาหาร เครื่องดื่ม ไปร่วมวงรับประทานข้าว ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่
นายอมร ภักดิ์จรุง นายก อบต.ลาดค่าง กล่าวว่า แก่งลำน้ำสานอยู่ด้านหลังของ อบต. มีโขดหินที่สวยงาม น้ำสะอาด ไม่ลึก มีน้ำไหลตลอดปี จากสภาพอากาศที่ร้อน และเป็นช่วงปิดเทอม ทำให้มีนักท่องเที่ยวหนีร้อนมาเล่นน้ำแก่ง วันธรรมดากว่า 200 คน หากเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุด จะมีนักท่องเที่ยวมากถึง 500 คน โดยมีทหาร และเจ้าหน้าที่ อบต.ลาดค่าง คอยอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ไปต่อที่ จ.สมุทรสงคราม นักท่องเที่ยวต่างชม และร่วมกราบไหว้ทำบุญ ขบวนแห่หลวงพ่อเขาตะเครา ที่รอบเกาะอัมพวา ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมานานนับ 100 ปี ภายในขบวนเรือ จะมีรูปเหมือนหลวงพ่อเขาตะเคา ตามด้วยขบวนเรือของหลวงพ่ออธิการใจ เจ้าอาวาส พระยาญาติ ประธานฝ่ายสงฆ์ และขบวนเรือฝ่ายฆราวาส
เพื่อให้ประชาชนริม 2 ฝั่งคลอง โยนดอกดาวเรือง เพื่อความรุ่งเรือง ถือเป็นอีก 1 เทศกาลของชาวอัมพวา ทั้งนี้ เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้ และร่วมทำบุญทางน้ำ
ปิดท้ายที่ทะเล จ.ตรัง นักวิชาการกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ร่วมกับนักบินชาวต่างชาติ นำเครื่องบินเล็ก 2 ลำ ขึ้นบินสำรวจพะยูนบริเวณรอบเกาะลิบง และเกาะมุกด์ เพื่อสำรวจ จำนวนของพะยูน การสำรวจวันแรก เป็นที่น่ายินดี เจ้าหน้าระบุว่า พบฝูงพะยูนใหญ่ขึ้น อีกทั้งยังพบพะยูนคู่แม่ลูกเพิ่มมากกว่า 10 คู่ ถือว่า เป็นผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
นักบินชาวต่างชาติ ระบุว่า ได้ร่วมสำรวจพะยูนมาตั้งแต่แรก ปีนี้เป็นปีที่ 10 เมื่อเห็นพะยูนที่เกาะลิบง เพิ่มขึ้นมากกว่า 150 ตัวก็รู้สึกดีใจ สำหรับเกาะลิบง และเกาะมุกด์ ที่พบพะยูนอาศัยจำนวนมาก เพราะธรรมชาติสะอาด และมีหญ้าทะเลเยอะ ทำให้พะยูนแม่ลูก พากันมาอาศัย และส่วนหนึ่งก็มาจากความร่วมมือของชาวประมงพื้นบ้าน เจ้าของพื้นที่ได้ดูแลการเฝ้าระวังการดูแลปกป้อง และป้องกันพะยูน ทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

















