ผู้กำกับตำรวจภูธรชะอำ เผย ผู้ต้องหาร่วมกันทำร้ายและใช้ไขควงแทงหัว'น้องปอนด์'นักศึกษา ม.ศิลปากร เสียชีวิต ถูกจับ-เข้ามอบตัวแล้ว16คน ยังหลบหนี 2 ยันมีหลักฐานเอาผิด ไม่ว่าเป็นลูกหลานข้าราชการ หรือ คนมีเงิน ต้องถูกดำเนินคดี

กล้องวงจรปิดบริเวณ หน้าหอพัก ต.สามพระยา อ.ชะอำจ.เพชรบุรี ช่วงกลางดึกวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จับภาพขณะกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนใช้รถเก๋ง 3 คันเป็นพาหนะยกพวกไปหอพักดังกล่าว ก่อนบุกเข้าไปรุมทำร้ายและใช้ไขควงแทงที่ศีรษะ นายธีรพงษ์ ฐิติฐาน หรือ 'น้องปอนด์' นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมขณะที่อยู่กับเพื่อน 4 คนซึ่งถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน

พันตำรวจเอกภคิน ศิวเมธากุล ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรชะอำ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้รวบรวมพยานหลักฐาน อาทิ พยานบุคคล ภาพจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานประกอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ทราบว่า ผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 18 คน โดยหลังจับกุม นายกรกนก วรัญญสาธิต หรือ อาร์ต ผู้ต้องหาที่เหลือก็ได้ติดต่อเข้ามอบตัวแล้วรวม 16 คน ยังหลบหนีอีก 2 คน โดยหลายคนมีนามสกุล เป็นที่รู้จักในจ.เพชรบุรี เป็นลูกนายทหารชั้นผู้ใหญ่ นายตำรวจระดับรองผู้กำกับการ (ยศพ.ต.ท.) ที่จ.กาฬสินธุ์ และ นักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และ ลูกคนมีฐานะร่ำรวยในพื้นที่ เพชรบุรี โดยสาเหตุมาในครั้งนี้มาจากเรื่องชู้สาว เนื่องจากนายอาร์ต ไม่พอใจนายเอก เพื่อนผู้ตายจึงพาพวกไปที่ร้านอาหารที่ นายเอกทำงานอยู่หลังท้าท้ายกัน แต่นายเอกไม่อยู่ที่ร้าน ผู้ต้องหาทั้งหมดจึงบุกไปที่หอพัก เมื่อไม่พบนายเอก กลุ่มผู้ต้องหาจึงไประบายความแค้นกับ 'น้องปอน' จนเสียชีวิต ขณะที่นอนอยู่ภายในห้องกับรวมเพื่อน 4 คน

พันตำรวจเอกภคิน กล่าวย้ำว่า ตำรวจจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าคนทำจะเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพล นักการเมืองหรือคนมีสีก็ไม่สนใจ จะนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายทั้งหมด

ส่วนศพของน้องปอนด์ ครอบครัวได้นำกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดที่อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร นางอารีรัตน์ ชมโลก แม่ ระบุว่า จะไม่ยอมเผาศพลูกชาย จนกว่าคนผิดจะได้รับการลงโทษ เนื่องจากลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือ รู้จักกับวัยรุ่นกลุ่มนี้มาก่อนจึงอยากขอความเป็นธรรม เพราะลูกชายเป็นเด็กดีมากขยันเรียน และเพียงอีก 2 เดือน ก็จะจบปริญญาตรีแล้ว ส่วนน้องชาย ผู้ตาย บอกว่า ตอนที่พี่ชายไปเรียนหนังสือที่ได้ตกลงกันว่า เมื่อพี่เรียนจบ ก็จะเป็นผู้ที่ทำงานส่งให้น้องเรียนต่อ เพื่อแบ่งเบาภาระแม่ที่มีอาชีพทำสวนและค้าขาย และยังคงหนี้สินหลายล้านบาท จึงต้องผลัดกันเรียน เมื่อมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ทำให้ต้องหมดอนาคต

ขณะที่ นางอรุณี ดีสุวรรณ ป้าของ 'น้องปอนด์' เปิดเผยว่า ได้ติดตามสอบถามการดำเนินคดีจากตำรวจ สภ.อ.ชะอำ ทราบว่า มีกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยเดินทางเข้ามอบตัว แต่เมื่อสอบปากคำแล้วปล่อยตัวไป เนื่องจากยังไม่มีการออกหมายจับ โดยที่ติดใจและรู้สึกกังวล คือ ไขควงที่เป็นอาวุธแทงหลานชาย ทราบว่า ตำรวจได้ใช้มือเปล่าจับไขควง และไม่มีการตรวจเก็บดีเอ็นเอ หรือลายมือของคนร้ายแต่อย่างใด จึงกังวลว่าคดีนี้จะทำให้คนร้ายทั้งหมดหลุดคดี ทำให้หลานชาย ต้องตายฟรีแน่

มอบตัวแล้ว 16 ตามจับอีก 2 แก๊งเด็กเพชรรุมแทง นศ.ศิลปากร