ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยันมีหลักฐานดำเนินคดีกับ'เบนซ์ เรซซิ่ง' ฐานความผิด พ.ร.บ.มาตราการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า จากข้อมูลการสืบสวนทั้งหมดทำให้มั่นใจว่านายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง กระทำความผิดตามพ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ดังนั้นจึงต้องเรียกตัว นายเบนซ์ เรซซิ่ง มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจงข้อมูลในบางประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะที่มาของทรัพย์สินและรายได้บางรายการ เนื่องจากทรัพย์สิน คือ รถหรู ลัมโบกินีที่ได้มามีมูลค่ามากกว่า รายได้จากการประกอบธุรกิจซ่อมรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์และอาชีพนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบ จึงต้องทราบที่มาของเงินที่นำไปซื้อรถคันดังกล่าว กว่า 20 ล้านบาทว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ สำหรับความผิดที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับนายเบนซ์ คือความผิดตาม พ.ร.บ.มาตราการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ข้อหาสมคบและ สนับสนุน หรือ ช่วยเหลือการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
โดยส่วนตัวผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติดมองว่าคำให้การของ เบนซ์ ยังขัดกับคำให้การของนายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ที่สารภาพว่าค้ายาเสพติดจริง และ นำเงินที่ได้จากการค้ายาฯไปซื้อรถ ก่อนนำรถไปขายต่อให้นายเบนซ์ แต่เบนซ์กับให้การว่ายืมเงินมากจากนาย บอย ไปดาวน์รถลัมโบกินี
สำหรับเครือข่ายค้ายาเสพติดของ นายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหายาเสพติดชาวลาว อาจไปไกลกว่าที่คิด เพราะขณะนี้ทางการญี่ปุ่น ได้ติดต่อขอข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดแล้ว เพราะญี่ปุ่นประสบปัญหาเรื่องยาเสพติดเช่นกัน
ส่วนการติดตามจับกุมตัว นายอุสมาน สะแลแมง เครือข่ายค้ายาเสพติดเดียวกันกับนายไซซะนะ ที่หลบหนีอยู่ สปป ลาว เบื้องเจ้าหน้าที่ไทยและเจ้าหน้าที่ลาว ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างต่อเนื่องและเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

















