ต่อด้วยผัก สำหรับคนอกหักรับวาเลนไทน์ ไม่อยากชีช้ำ ก็ลองปลูกกะหล่ำปลี เพราะหลายคนปลูกแล้วปลดหนี้ หนีแล้ง รับเงินแสนเลยทีเดียว

ไปที่จังหวัดเลย ดูแปลงผักของ นายแพง สุพรหมอินทร์ อายุ 50 ปี ชาวบ้านหนองดอกบัว ต.น้ำสวย อ.เมือง จ.เลย เล่าว่า ที่ผ่านมาในช่วงหน้าฝนตนใช้ที่ดินจำนวน 7 ไร่ ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว ทำการไถกลบซังและ ใบข้าวโพดเป็นปุ๋ยหมักในแปลง จากนั้นลงมือปลูกกะหล่ำปลีหน้าหนาว โดยลงมือปลูกเดือน ธ.ค. และเก็บเกี่ยวผลผลิตป้อนตลาดในเดือน ก.พ. ปลูกมาแล้ว 5 ปี เฉลี่ยปีละ 60 ตัน ขายได้ 200000 บาทต่อปี หักค่าใช้จ่ายการลงทุน 50000 บาท เหลือเป็นกำไร 150000 บาทต่อปี ในช่วง 3 เดือนที่ปลูกถึงเก็บเกี่ยว ใช้แรงงานจากเพื่อนบ้านและญาติมาช่วยค่าแรงเก็บตัดกะหล่ำปลี 200 บาทต่อวัน

ส่วนราคาขายส่งอยู่ที่ 8 บาทต่อกิโล ถือว่าราคาดีไม่สูงไม่ต่ำ ด้านตลาดเมื่อตนเก็บแล้วบรรทุกรถยนต์ไปส่งที่พ่อค้า จ.อุดรธานี ซึ้งเป็นตลาดใหญ่ โดยเฉพาะปีนี้ความหนาวเย็นน้อยมาก หนาวระยะสั้นและไม่หนาวจัดด้วย ส่งผลต่อการโตของกะหล่ำปลี เพราะกะหล่ำปลีต้องการสภาพอากาศ พื้นที่และน้ำที่เหมาะสม ไม่ร้อนเกินไป

จ. เลย มีความได้เปรียบจังหวัดอื่นในภาคอีสาน โดยเฉพาะที่ตำบลน้ำสวย อ.เมืองเลย มีความเหมาะสมมากเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตรายปีหรือพืชไร่ พืชสวน แล้ว ในช่วงหน้าหนาวที่ปลายฝนต้นหนาวยังมีความชุ่มชื้นของอากาศ มีน้ำ มีอากาศเย็น-หนาว ก็ยังสามารถปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเป็นพืชผักระยะสั้นได้ดีอีกด้วย