ศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ เตรียมจัดสรรพื้นที่ท้องสนามหลวงใหม่ เพื่อรองรับการสร้างพระเมรุมาศ และ เตรียมพื้นที่ประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้
ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ
ตลอดทั้งวันวานนี้ (12ม.ค.) ประชาชนทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัด ต่างๆ อาทิ จังหวัดนครศรีธรรมราช อ่างทอง นนทบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และ เพชรบุรี พร้อมใจกันเดินทางมาต่อแถว เพื่อรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
โดยมีเจ้าหน้าที่ จากภาคส่วนต่างๆ ทั้งทหาร ตำรวจ เทศกิจ และจิตอาสา คอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ ตลอดแถวตั้งแต่บริเวณจุดคัดกรองรอบพระบรมมหาราชวัง ไปถึงจุดพักคอยด้านหน้ากรมศิลปากร จนกระทั่งประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
สำหรับในส่วนพื้นที่เต็นท์จุดพักคอย โดยรอบท้องสนามหลวง ยังคงมีกลุ่มจิตอาสาและเข้าหน้าที่จาก หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาแจกจ่ายน้ำดื่ม อาหาร รวมถึงผ้าเย็น พัด ยาดมและ ยาหม่องให้ แก่ประชาชนโดยตลอด
ศตส.ปรับพื้นที่สนามหลวง รองรับพิธีวันพืชมงคล-สร้างพระเมรุมาศ
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ว่า ที่ประชุมได้หารือและเตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะการบริหารจัดการพื้นที่ท้องสนามหลวงเพิ่มเติม เพื่อเตรียมใช้พื้นที่สำหรับการก่อสร้างพระเมรุมาศแล้ว และจัดสรรพื้นที่ในการเตรียมประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เนื่องในวันพืชมงคล ซึ่งที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ โดย กรุงเทพมหานคร (กทม.) จะรับไปดำเนินการ ซึ่ง กทม.เสนอให้ใช้ถนนราชดำเนินด้านใดด้านหนึ่งไว้ให้ประชาชนนั่งรอ เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพให้เป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อย
ศตส.ขอความร่วมมือแจกอาหารแห้งแทนอาหารสด
นายออมสิน กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีประชาชนเดินทางมาท้องสนามหลวงวันละประมาณ 80000-90000 คนต่อวัน และ มีผู้เข้าถวายบังคมพระบรมศพ ในพระบรมหาราชวังเฉลี่ยวันละ 40000 คนต่อวัน ซึ่ง ศตส.ขอขอบคุณจิตอาสาที่ได้จัดอาหารมาให้ประชาชน และ ขอให้สนับสนุนอาหารเช่นนี้ต่อไป แต่ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังจิตอาสาไม่ให้จัดอาหารในลักษณะอาหารสดมาจ่ายแจก และอยากให้มีการจัดอาหารแห้งที่เป็นกล่องมาแจกจ่ายพร้อมน้ำดื่มแทน เพื่อความสะดวกสบาย
สรรพาวุธตั้งเป้าบูรณะราชรถ-พระยานมาศเสร็จเดือน มิ.ย.
ขณะที่ พลโทอาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพวุธทหารบก เปิดเผยถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ราชรถ และราชยาน ที่อยู่ในความรับผิดชอบกรมสรรพาวุธทหารบกมีทั้งหมด 9 รายการ
โดยการซ่อมจะซ่อมอยู่ 2 ที่ คือ ในส่วนปรนนิบัติบำรุงที่ไม่ใช่งานหนัก เช่น การขัด ทาสี และการหล่อลื่น รวมทั้งการซ่อมแซมรายการที่ชำรุดไม่มาก จะซ่อมที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติได้เลย แต่ส่วนที่จำเป็น ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักร และใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก จะเคลื่อนย้ายมาที่กรมสรรพาวุธทหารบก ซึ่งส่วนที่ชำรุดหนักคือ ราชรถน้อย 9784 โดยก่อนหน้านี้เคยบูรณะองค์นี้มาแล้วในปี 2551 โดยจะถอดและเคลื่อนย้ายมาบูรณะที่กรมสรรพาวุธทหารบก รวมถึงเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอย่างที่ผุพัง และเสียหาย โดยตั้งเป้าว่า การบูรณะจะแล้วเสร็จไม่เกินเดือน มิ.ย.ปีนี้
ขณะที่ สำนักพระราชวัง สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 45614 คน รวม 72 วัน มีจำนวน 3124121 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงินยอดเงิน 3764584 บาท 25 สตางค์ รวม 72 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 255682565 บาท 25 สตางค์














