นายอำเภอบางปะกง และนายกเทศมนตรีตำบลท่าข้าม บุกตรวจสอบโรงงาน พบซุกแบตเตอรี่ลิเธียมและกากอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นขยะอันตราย 5 โกดัง น้ำหนักกว่า 1 หมื่นตัน ประกอบกิจการผิดประเภท ไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจสอบแหล่งน้ำและกลุ่มคนไทยที่เป็นนอมินีให้กลุ่มทุนจีน

วันที่ 6 พ.ย. 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. น.ส.อรุณรัตน์ พุ่มเจริญ นายอำเภอบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมนางสมจิตร์ พันธ์สุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่าข้าม ได้รับการประสานจากอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เข้าร่วมตรวจสอบโรงงานลำดับที่ 105 (โรงงานประเภทประกอบกิจการเกี่ยวกับคัดแยกหรือฝังกลบสิ่งปฏิกูลฯ) และ 106 (โรงงานประเภทประกอบกิจการเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว มาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ) ในพื้นที่ตำบลท่าข้าม นางสาวอรุณรัตน์ พุ่มเจริญ นายอำเภอบางปะกง จึงได้สั่งการให้นางสาวสุกัญญา แต่งเจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอบางปะกง พร้อมด้วยปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ปลัดอำเภอฝ่ายอำนวยความเป็นธรรม เทศบาลตำบลท่าข้าม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง และฝ่ายปกครองในพื้นที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า มีการลักลอบประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบกิจการผิดประเภทที่ขออนุญาต มีรายละเอียดดังนี้

1.คณะฯ เข้าตรวจสอบบริษัทแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่พื้นที่โกดัง ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง พบแบตเตอรีลิเธียม อยู่ในชั้นไม้วางของภายในอาคารโรงงานดังกล่าว จึงได้ตรวจสอบใบอนุญาตเกี่ยวกับการประกอบกิจการ ปรากฏว่า มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (อภ.2) คณะฯ ได้สอบถามนางกวิตตราภา (ผู้แสดงตนเป็นเจ้าของกิจการ) จึงทราบว่า บริษัทฯ ไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ทั้งที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้สุ่มลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานดังกล่าว เมื่อวันที่15 ตุลาคม2569 พร้อมได้แจ้งให้บริษัทฯ ขนย้ายแบตเตอรี่ลิเธียม ออกจากพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง แต่ปรากฏว่า บริษัทฯ ไม่ได้ดำเนินการตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้ง

ประกอบกับเทศบาลตำบลท่าข้าม และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า มีการแอบลักลอบขนย้ายแบตเตอรี่ลิเธียม และผลิตภัณฑ์กากอุตสาหกรรม ไปยังอาคารโรงงานอื่นในบริเวณใกล้เคียง คณะฯ จึงได้ขอเข้าตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง ปรากฏว่า พบแบตเตอรีลิเธียม และผลิตภัณฑ์กากอุตสาหกรรม ตามที่ได้รับแจ้งจริง ในอาคารโรงงาน W5 และ W 2-2 ห้อง 1

2. จากการตรวจสอบอาคารโรงงานข้างต้น คณะฯ ได้เข้าตรวจสอบเพิ่มเติมในอาคารโรงงาน W 2-2 ห้อง 2 ซึ่งขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานโดยบริษัทอีกแห่งหนึ่ง พบเครื่องจักรขนาดใหญ่ จำนวน 2เครื่อง และมีการคัดแยกกากอุตสาหกรรมจากแบตเตอรี่ลิเธียม จึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการ ปรากฏว่า เป็นการขออนุญาตประกอบกิจการผลิตแบตเตอรี่ ตามใบอนุญาต (รง.4) ซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายเป็นการประกอบกิจการผิดประเภท ไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต โดยบริษัทแห่งนี้ได้ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 106 จากอุตสาหกรรมจังหวัดแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุญาต

นางสาวอรุณรัตน์ พุ่มเจริญ นายอำเภอบางปะกง เผยว่า มีการอายัดของกลางทั้งหมดเอาไว้ทั้ง 5 โกดัง น้ำหนักเกือบ 1 หมื่นตัน โดยหลังจากนี้ ได้ให้ทางเทศบาลตำบลท่าข้ามตรวจสอบแหล่งน้ำคูคลองสาธารณะที่เชื่อมต่อกับโกดัง และไหลลงแม่น้ำบางปะกงเป็นการด่วน แต่เตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มคนไทยที่เป็นนอมินีกับกลุ่มคนจีนที่ประกอบกิจการดังกล่าว