ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ลงสู่ภาคใต้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้าล็อตมหึมาจำนวน 4.5 ล้านเม็ด ซึ่งถูกอำพรางซุกซ่อนไว้ใต้ลังผลไม้ท้ายรถกระบะ ก่อนจะตามขยายผลรวบแก๊งรถนำทางได้ยกแก๊งภายในรีสอร์ตพื้นที่จังหวัดชุมพร
การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจทางหลวงได้รับเบาะแสสำคัญจากสายลับว่า จะมีการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่จากพื้นที่ภาคกลางมุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ โดยใช้รถกระบะตู้รั้วอีซูซุ ดีแมกซ์ สีเทา เป็นพาหนะลำเลียงยาเสพติด และมีรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ ขับนำทางเพื่อสำรวจเส้นทางและคอยเช็กด่านตรวจ
กระทั่งเวลาประมาณตีสาม เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยพยายามเปลี่ยนเส้นทางหลบหนีในพื้นที่ตำบลนากระตาม อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร จึงนำกำลังสะกดรอยตามอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบรถกระบะเป้าหมายจอดซ่อนตัวอยู่บริเวณหน้าห้องพักของรีสอร์ตแห่งหนึ่งริมถนนสายเอเชีย ขาล่องใต้
ในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นห้องพักและควบคุมตัว นายเจษฎากร หรือ "ภู" อายุ 24 ปี คนขับ และ น.ส.เจนจิรา หรือ "ฝน" อายุ 23 ปี ที่อยู่ภายในห้อง จากการตรวจค้นบริเวณกระบะท้ายรถพบกลอุบายอำพราง โดยมีการนำลังผลไม้มาปิดทับกระสอบปุ๋ยสีรุ้งจำนวน 15 กระสอบ ซึ่งภายในบรรจุยาบ้ารวมกันสูงถึง 4.5 ล้านเม็ด
จากการสอบสวน นายเจษฎากรให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดเป็นครั้งที่ 3 โดยจะได้รับค่าจ้างสูงถึง 700,000 บาทเมื่อส่งของถึงปลายทาง ซึ่งมีนายโอ๊คทำหน้าที่ขับรถเก๋งนำทางคอยแจ้งเตือนด่านตรวจ แต่ระหว่างทางได้รับแจ้งว่าพบรถตำรวจทางหลวง ทั้งหมดจึงพยายามแยกย้ายเปลี่ยนเส้นทางหลบหนีจนขาดการติดต่อ และตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าจอดซ่อนตัวในรีสอร์ตดังกล่าว นอกจากนี้ผลการตรวจปัสสาวะจากโรงพยาบาลยังยืนยันว่ามีสารเสพติดในร่างกาย
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย :
1. ยาบ้า รวมประมาณ 4,500,000 เม็ด
2. รถกระบะ อีซูซุ สีเทา (รถขนยา) 1 คัน
3. รถเก๋ง ฮอนด้า สีดำ (รถนำทาง) 1 คัน
4. โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และ ไอแพด 2 เครื่อง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป" พร้อมทั้งแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่คนขับฐาน "เป็นผู้ขับขี่รถขณะมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย" ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป














