ผบช.ปอศ. เผยอายัด 17 บัญชี "บุ๋ม ปนัดดา-สามี-บัญชีมูลนิธิ" แย้มต่อจิ๊กซอว์ใกล้ครบแล้ว คาด 1-2 วัน ชัดเจนเรื่องหมายจับ ล็อกเป้าสองสามี-ภรรยาก่อน

พลตำรวจตรีทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ บุ๋ม ปนัดดา และมูลนิธิฯ โดยระบุว่า ปอศ. ได้อายัดบัญชีธนาคารของมูลนิธิ, บัญชีส่วนตัวของ บุ๋ม ปนัดดา และบัญชีส่วนตัวของสามี บุ๋ม ปนัดดา โดยอายัดไปแล้วตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ประมาณ 15-17 บัญชี

ส่วนรายละเอียดทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น บ้านพักหรือปืน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและการได้มาของทรัพย์สิน โดยยึดตามหลักการว่า ทรัพย์สินนั้นได้มาก่อนหรือหลังการกระทำความผิด ซึ่งการตรวจสอบเส้นทางการเงินเริ่มตั้งแต่นับจากจุดเริ่มต้นที่มีการเปิดรับบริจาคในนามส่วนบุคคล คือตั้งแต่ปี 2558

โดยย้ำว่าปัจจุบันยังไม่ใช่การสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินทั้งหมดในทันที แต่เป็นการอายัดบัญชีไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบ และอยู่ระหว่างคลี่ดูว่าทรัพย์สินรายการใดเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง และได้มาอย่างไร

ส่วนหลักการอายัดในความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน จะนำวันเวลาเกิดเหตุเป็นตัวตั้ง หากได้ทรัพย์สินมาหลังเกิดเหตุและเข้าข่ายความผิดจึงจะทำการอายัด ซึ่งจะต้องมีการประชุมพิจารณารายละเอียดของทรัพย์สินแต่ละรายการให้เกิดความชัดเจนก่อน ไม่ใช่เห็นทรัพย์สินแล้วจะอายัดทันที และหากถูกอายัด จะเป็นหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาในการโต้แย้งและชี้แจงกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปปง.

สำหรับการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานมาแล้วประมาณ 2-3 วัน และได้กลับมารายงานความคืบหน้าแล้ว จึงไม่มีกรณีที่จะต้องไปเฝ้าตามจุดต่าง ๆ ของมูลนิธิฯ เพื่อป้องกันการขนของหนี ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าบ้านของ บุ๋ม ปนัดดา บางส่วนประกาศขายอยู่ มองว่าในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่อยู่ในภาวะที่จะขายได้ง่าย ๆ

ส่วนบุคคลที่ต้องนำทรัพย์สินมาตรวจสอบ ยืนยันว่า ปัจจุบันยังเน้นไปที่ บุ๋ม ปนัดดา และสามี เป็นตัวตั้งหลักก่อน 2 คน ส่วนทรัพย์สินของลูกหรือพ่อแม่ของ บุ๋ม ปนัดดา เนื่องจากเนื้องานมีจำนวนมาก จึงยังไม่ได้ขยายผลไปถึงขนาดนั้น

สำหรับการออกหมายจับหรือหมายเรียก เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและต่อภาพจิ๊กซอว์พยานหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งความคืบหน้าในขณะนี้ดำเนินการไปได้เกินครึ่งแล้ว

ส่วนกรอบระยะเวลาดำเนินคดี คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 วัน หรือภายในวันจันทร์หน้า โดยการทำงานจะแบ่งเป็นวง ซึ่งในกลุ่มเร่งด่วนหรือ วงที่ 1 จะเน้นไปที่เจ้าของมูลนิธิและสามี 2 คน เป็นหลักก่อน