ตำรวจสอบสวนกลางรวบคาบ้าน ผัวเมียหลอกขายไอโฟนมือสอง อ้างผ่านแอปฯ ดัง ผู้เสียหายกว่า 15 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน ตรวจสอบพบ "แม่ยาย" ยังถูกจำคุกคดีฉ้อโกงประชาชนและเปิดบัญชีม้า

วันที่ 2 พ.ย. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นำโดย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ ทองอุทัย ผกก.3 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปคบ. นำกำลังเข้าจับกุม 1. นายบัญชา อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และ 2. นางสาวลลิษา อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปคบ. ได้สืบสวนและไล่ตรวจสอบเส้นทางการเงินข้ามธนาคารและข้ามพื้นที่ จนพบความเสียหายจริงเป็นจำนวนมาก มีคดีที่เกี่ยวข้อง (Case ID) รวม 15 คดี จาก 15 สถานีตำรวจ ในพื้นที่ 10 จังหวัด มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 109,100 บาท ซึ่งมี นายบัญชาเป็นผู้ก่อเหตุหลัก ใช้บัญชีธนาคารของตนเองในการรับเงินถึง 9 บัญชี จาก 7 ธนาคาร รวมถึงพร้อมเพย์และ QR Code โดยหมุนเวียนสับเปลี่ยนบัญชีรับเงินตลอดระยะเวลา 9 เดือน รูปแบบการก่อเหตุ ผู้ต้องหาจะโฆษณาหลอกขายโทรศัพท์ไอโฟนและไอแพดมือสองผ่านแอปพลิเคชัน TikTok ในชื่อ “iPhone-iPad มือสองหลุดจำนำ” เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินซื้อสินค้าแล้ว จะหลอกให้โอนเงินเพิ่มในลักษณะ “ทบยอด” ก่อนจะข่มขู่ผู้เสียหายและหายตัวไป

จากการตรวจสอบพบผู้เสียหายกว่า 15 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน โดย 12 ใน 15 ราย เป็นนักเรียน-นักศึกษา และในจำนวนนี้ 7 ราย มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จนชื่อของนายบัญชาถูกประกาศเตือนบนเว็บไซต์ Blacklistseller ว่าเป็น “ผู้ขายที่ควรระวัง” ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนศาลอาญามีนบุรีอนุมัติออกหมายจับ ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ตามคดีของ สน.มีนบุรี

จากการสืบสวนติดตามทราบว่า นายบัญชาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตั นายบัญชาได้บริเวณหน้าบ้านพักภายในเคหะบ้านเอื้ออาทร ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับดังกล่าว ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและเปิดบัญชีม้า

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผลต่อ พบว่าเป็นการก่อเหตุในลักษณะ “ขบวนการครอบครัว” ซึ่งมีพฤติการณ์ก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2565 โดย น.ส.ลลิษา ภรรยาของนายบัญชา มีหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยอาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก และหลบหนีหมายจับมาเป็นระยะเวลาเกือบ 4 ปี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัว น.ส.ลลิษา ได้บริเวณใกล้เคียงกับจุดจับกุมรายแรก ตามหมายจับดังกล่าว

นอกจากนี้ จากการสืบสวนเพิ่มเติมยังพบว่า มารดาของ น.ส.ลลิษา (แม่ยายของนายบัญชา) เคยถูกจับกุมและดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและเปิดบัญชีม้ามาแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรับโทษจำคุก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป