ตัวแทนกรรมการวัดพระธาตุพนม โต้อดีตนายอำเภอธาตุพนม ถูกปลดจากไวยาวัจกรวัด แฉผ่านโซเชียลเชื่อเงินหมดบัญชี เป็นเรื่องไม่พอใจส่วนตัว ยืนยันเงินวัดยังเหลือเกือบ 100 ล้าน จ่อฟ้องทุกรายหากเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ด้านอดีตนายอำเภอท้าตรวจสอบ พร้อมสู้คดี

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้ากรณีนายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ อดีตนายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลว่า ผมอยู่ 8 เดือน วัดพระธาตุพนม มีเงิน 114 ล้านบาท ผ่านมา 2 ปี แทบหมดวัด พวกท่านบริหารอย่างไร 30 ล้านบาทสุดท้าย ฝากประจำไว้เป็นเป็นค่าน้ำค่าไฟ ยังจะไปถอนออกมาอีก จนกลายเป็นประเด็นดรามาในกระแสโซเชียล ทำให้หลายคนตั้งคำถาม จริงหรือเท็จ พร้อมเรียกร้องให้ทางคณะกรรมการ หรือตัวแทนวัดระธาตุพนม ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า ภายในวัดพระธาตุพนม เกิดปัญหาคณะกรรมการวัดมีข้อพิพาทกันบ่อย จากปัญหาการบริหารพัฒนาวัด รวมถึงการบริหารดูแลบัญชีการเงินวัด ทำให้มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการมาหลายรอบ โดยชาวบ้านในพื้นที่มั่นใจว่าเป็นปัญหาจากคณะกรรมการวัดไม่พอใจส่วนตัว แต่เอาวัดพระธาตุพนมมาเป็นเครื่องมือ โจมตีให้ร้ายกัน

ขณะที่วันนี้ สุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ ตัวแทนคณะกรรมการวัดพระธาตุพนม ได้ให้ข้อมูลผ่านสื่อว่า หลังมีอดีตนายอำเภอธาตุพนม ออกมาโพสต์กล่าวหาว่าเงินวัดหมดบัญชี ยืนยันไม่เป็นความจริง เป็นการกล่าวหาแบบไม่มีหลักฐาน ตนได้หารือกับทางคณะกรรมการวัดเตรียม สรุปข้อมูลให้เกิดความชัดเจน เบื้องต้นตรวจสอบกับทางฝ่ายการเงินยืนยันเงินวัดยังเหลือประมาณเกือบ 100 ล้านบาท รอสรุปชี้แจงเป็นทางการ ส่วนรายจ่ายวัดมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ พัฒนาสถานที่ เงินเดือนคนงาน ประมาณเดือนละประมาณ 1 ล้านบาท ส่วนรายรับขึ้นอยู่กับช่วงมีงานเทศกาล มีรายได้ตั้งแต่หนึ่งแสนถึงสองแสนต่อวัน เชื่อเป็นความไม่พอใจส่วนตัว เพราะเคยเป็นไวยาวัจกรมาก่อน หากทำให้วัดเสียหายจะรวบรวมหลักฐานฟ้องดำเนินคดีทุกข้อกล่าวหา

ด้านนายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ อดีตนายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม กล่าว่า จากที่ตนเอยเข้าไปเป็นไวยาวัจกร ดูแลการเงินร่วมกับ คณะกรรมการ เดิมมีปัญหาหลายบัญชี จึงได้รวมสรุปมาไว้เหลือประมาณ 5 บัญชี มีเงินรวมประมาณ 114 ล้านบาท ในช่วงตนเป็นนายอำเภอ ได้มีการตรวจสอบดูแล ให้โปร่งใสมาตลอด ปัจจุบันผ่านมา 2 ปี ตนไม่รู้ว่าเงินเหลือเท่าไหร่ ล่าสุดทราบข้อมูลว่า จะมีการถอนเงินฝากประจำจำนวน 30 ล้านบาท นำดอกเบี้ยมาจ่ายค่าน้ำค่าไฟ จึงเป็นปัญหาคาใจที่อยากให้วัดพระธาตุพนม ออกมาชี้แจง กลายเป็นการตั้งคำถาม เกรงว่าจะมีการเบิกจ่ายไม่โปร่งใส อยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง มาตรวจสอบความชัดเจน หากมีเงินยังเหลือจริง ต้องออกมายืนยันต่อพี่น้องประชาชน เพื่อความชัดเจนว่าเงินวัดเหลือเท่าไหร่ หากทางวัดจะฟ้องว่าทำให้เสียหาย ก็พร้อมสู้คดี