เจ้าของ "ประกายคาเฟ่" แจ้งความเอาผิดสาวแอบอ้างเป็นอินฟลูฯ แล้ว หลังขอกินฟรี-เรียกค่ารีวิว-ขู่ให้ 1 ล่าสุด ตำรวจรู้ชื่อ-นามสกุล พบหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชน-บัญชีม้า แถมประวัติคดียาเสพติดเพียบ เร่งล่าตัวหลังปิดบัญชีโซเชียลหนี

วันที่ 26 ต.ค. 2569 จากกรณีร้านอาหารชื่อดัง “ประกาย คาเฟ่ แอนด์ คูซีน” ย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี ถูกบุคคลแอบอ้างเป็นอินฟลูเอนเซอร์จะเข้ามารีวิวร้านให้ แต่ขอกินอาหารฟรี พร้อมเรียกเก็บเงินและค่ารีวิว ก่อนมีพฤติกรรมข่มขู่ หากไม่ยินยอม จะรีวิวให้คะแนนร้าน 1 ดาว

ล่าสุด คุณเค้ก หรือ นางสาวสโรชา รุ่งรัศมี เจ้าของร้านประกายคาเฟ่ ย่านบางใหญ่ เดินทางเข้าพบตำรวจที่ สภ.ไทรน้อย เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายดังกล่าว


 
คุณเค้ก เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้เธอได้เข้ามาลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว และทาง ผกก. ได้ติดต่อกลับมา พร้อมให้คำแนะนำว่าสามารถดำเนินการแจ้งความได้ เพื่อนำตัวมิจฉาชีพมาดำเนินคดี ซึ่งเธอยืนยันว่าจะเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แม้ว่าในตอนแรกจะไม่ได้ตั้งใจทำถึงขั้นนี้ เนื่องจากไม่มีเวลา แต่เมื่อตรวจสอบพบข้อมูลและทราบชื่อ-นามสกุลจริง ตลอดจนพบพฤติกรรมที่มิจฉาชีพรายนี้ไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับผู้อื่นอีก จึงจำเป็นต้องนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ 

สำหรับการตรวจสอบตัวตนของคู่กรณี คุณเค้ก บอกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นมั่นใจว่าเขาเป็นมิจฉาชีพจริง โดยสังเกตจากภาพและเรื่องราวที่มีผู้เสียหายรายอื่นๆ ออกมาโพสต์เตือนภัย รวมถึงการแกะรอยหาเบาะแสจากกลุ่มเฟซบุ๊กที่คนร้ายเคยเข้าไปเกี่ยวข้อง

ส่วนกระแสสังคมที่มองว่าเจ้าตัวสร้างกระแสหรือปั่นเรื่องขึ้นมาเองหรือไม่นั้น คุณเค้กยอมรับว่า ช่วงแรกไม่อยากเข้าไปยุ่งและไม่อยากเสียเวลาพิสูจน์ตัวเอง แต่เมื่อเรื่องราวขยายวงกว้างและมีข้อมูลที่ชัดเจน จึงต้องออกมาเปิดเผยความจริง ทั้งนี้ หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีกลุ่มเพื่อนๆ ที่ทำธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ติดต่อเข้ามาหาตนเป็นจำนวนมาก โดยระบุว่าเคยเจอพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวเช่นกัน

ส่วนท่าทีของคู่กรณี หลังจากเรื่องเริ่มเป็นข่าว ปรากฏว่าบัญชีโซเชียลมีเดียที่ใช้ก่อเหตุได้ปิดตัวและหายไป แม้ทางคู่กรณีจะเคยโทรศัพท์มาขอโทษที่เบอร์ร้าน แต่เมื่อพยายามติดต่อกลับ ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก 

ท้ายที่สุด คุณเค้กได้ฝากเตือนภัยไปยังผู้ประกอบการร้านค้าและคาเฟ่ทุกแห่งให้ระมัดระวังตัว และควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ หากพบความผิดปกติหรือตกเป็นเหยื่อ แนะนำให้รวบรวมหลักฐานเข้าปรึกษาและเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่จะตัดสินใจเผยแพร่คลิปออกไปสู่สาธารณะ เนื่องจากหากเผยแพร่ไปแล้วอาจทำให้การติดตามตัวคนร้ายทำได้ยากขึ้น

ขณะที่ พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากที่ทางเจ้าของร้านประกายคาเฟ่ ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์อย่างเป็นทางการว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องและจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ โดยจากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า บุคคลดังกล่าวไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ตัวจริง แต่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็น “มิจฉาชีพ” ที่แอบอ้างตัวตนเพื่อใช้ช่องทางดังกล่าวมากรรโชกทรัพย์ เรียกร้องเงิน หรือบังคับให้ร้านอาหารสนับสนุนอาหารในลักษณะที่ทางร้านไม่ยินยอม

เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดีในความผิด ได้แก่ 1.พยายามกรรโชกทรัพย์ 2.ความผิดฐานข่มเหง รังแก หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ 3.ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 กรณีทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ

นอกจากนี้ ในส่วนของการกระทำความผิดในลักษณะการฉ้อโกงประชาชน หรือการกระทำผ่านระบบออนไลน์ (Online) เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีในทุกมิติเช่นเดียวกัน

พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ยังระบุอีกว่า จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของบุคคลดังกล่าว พบว่า มีหมายจับติดตัวล่าสุดอยู่ที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ฐานฉ้อโกงประชาชน และมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชนและบัญชีม้า รวมถึงมีประวัติยาเสพติดและคดีอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม โดยทาง สภ.ไทรน้อย กำลังเร่งส่งชุดสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

“ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ที่คนไทยทุกคนต้องเผชิญปัญหาและความยากลำบากร่วมกัน การมาทำพฤติกรรมลักษณะนี้ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และมันไปสร้างความเสียหายกับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ตัวจริงที่ตั้งใจทำงานรีวิว เพื่อช่วยเหลือธุรกิจของผู้ประกอบการ ฝากเตือนไปยังผู้ก่อเหตุว่าอย่าไปทำพฤติกรรมแบบนี้กับใครอีก”

ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนจะเร่งรัดสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมและติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากชุดสืบสวน ระบุว่า ได้เร่งแกะรอยจนทราบตัวผู้ก่อเหตุรายนี้แล้ว ทราบชื่อคือ นางสาวสุชาดา อายุ 36 ปี มีภูมิลำเนาเดิมเป็นชาวจังหวัดพังงา จากการตรวจสอบประวัติและข้อมูล พบว่า นางสาวสุชาดา มีพฤติกรรมตระเวนก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาอย่างโชกโชน โดยทำทีเป็นอินฟลูเอนเซอร์หรือผู้มีชื่อเสียงเข้ามาใช้บริการ ก่อนจะข่มขู่กรรโชกทรัพย์และเรียกร้องผลประโยชน์จากผู้ประกอบการร้านอาหารหลายแห่ง

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมยังพบความผิดติดตัวร้ายแรง โดยมีหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 24 เมษายน 2569 ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (บัญชีม้า) เพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 

ยิ่งไปกว่านั้น ชุดสืบสวนยังพบว่า นางสาวสุชาดา เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้วถึง 3 คดี ตั้งแต่ ปี 2552 คดีมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 พื้นที่ สภ.ท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต ปี 2559 คดีร่วมกันครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 พื้นที่ สภ.ท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต ปี 2565 คดีตัวการครอบครองยาเสพติดให้โทษ พื้นที่ สภ.ท้ายเหมือง จ.พังงา และปี 2569 คดีฉ้อโกงพื้นที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

ทั้งนี้ ชุดสืบสวน ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวหญิงรายดังกล่าว เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพรูปแบบดังกล่าว และหากผู้เสียหายหรือร้านอาหารรายใดเคยตกเป็นเหยื่อถูกก่อเหตุในลักษณะเดียวกันสามารถเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมได้ที่ สภ.ไทรน้อย เพื่อดำเนินคดีต่อไป