"น้องฟ้าใส" ปัดเจอหน้าแม่! อยู่บ้านพักเด็ก 3 เดือน ดับฝันอินฟลูฯรออายุครบ 18 ปี ด้าน "แม่ดา" รับลูกเปลี่ยนไป ไม่สามารถเลี้ยงดูน้องได้ ย้ำยังรักลูกเสมอ
จากประเด็นดราม่าในโซเชียล ความขัดแย้งของคนในครอบครัวอินฟลูเอนเซอร์คนดัง เกิดเหตุการณ์ปะทะคารมและลงไม้ลงมืออย่างรุนแรงระหว่าง แม่ดา แม่ของ น้องฟ้าใส อินฟลูเอนเซอร์วัยรุ่น กับ เจ๊เบียร์ คนละยำ จนเป็นประเด็นดราม่าเกิดขึ้น
ล่าสุดวันนี้ (14 ต.ค.69) ที่ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี อ.บางละมุง จ.ชลบุรี "ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง" หรือ นางชลิดา พะละมาตย์ ประธานมูลนิธิ เป็นหนึ่ง พร้อมด้วยหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี ( พม.) , ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), เจ้าหน้าที่อำเภอบางละมุง , เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการภาค 2 , มีการเชิญตัว นางศศีณีกานต์ “แม่ดา” อายุ 51 ปี แม่ของ “น้องฟ้าใส” อายุ 13 ปี มาทำการพูดคุยตกลงเกี่ยวกับข้อพิพาทและเรื่องดราม่าที่เกิดขึ้น ซึ่งสุดท้ายได้ข้อสรุปว่า ทางสำนักงานอัยการ จะมีการออกคำสั่งคุ้มครองเด็กชั่วคราว โดยจะให้เด็กมาอยู่ในความดูแลของ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี ( พม.) ซึ่งทางแม่ดา ของน้องฟ้าใส ก็ยอมตกลงกับข้อสรุปดังกล่าว ซึ่งนอกนอกจากนี้ตัวน้องฟ้าใส มีความประสงค์ที่ไม่อยากเจอหน้าแม่ตัวเอง
“แม่ดา” ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า โดยขอเคลียร์ทีละประเด็น เรื่องแรกปม เรื่องว่าน้องฟ้าใส เป็นลูกที่แท้จริงหรือไม่ ยืนยันว่าปัจจุบัน ตนเองมีลูกทั้งหมด 4 คน ( จาก 2 สามี ) ส่วนน้องฟ้าใสเป็นลูกคนสุดท้อง ยืนยันว่ามีเอกสาร สูติบัตร ยืนยัน ว่าน้องฟ้าใสเป็นลูกของตนจริงๆ

ส่วนความขัดแย้งกับ “สไปรท์ SPD” แม่ไม่ชอบในเรื่องโซเชียล , สังคม , และสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ โดยแม่อยากมีชีวิตอิสระ จึงขอแยกตัว ออกจาก พี่สไปร์ท และ อุงเอิง ซึ่งตอนแรกแม่ ขอออกมาคนเดียว แต่ตอนนั้นน้องขอร้องว่าไม่อยากให้แม่กลับ เนื่องจากน้องฟ้าใสอยากเป็นยูทูบเบอร์ ซึ่งทางแม่ก็ตามใจน้อง ตอนแรกพี่สไปร์ทและอุงเอิง พยายามรั้งให้แม่อยู่ แต่สุดท้ายแม่ผลข้อกฎเกณฑ์ไม่ไหวรวมถึงน้องฟ้าใสมากอดแม่ร้องไห้ว่าอยากกลับบ้านแล้ว จึงตัดสินใจแยกตัวออกมา ซึ่งตอนที่แยกตัวออก ได้เงิน จาก พี่สไปรท์ และ อุงเอิง 2 ครั้ง คือ 90,000 และ 40,000 รวมทั้งสิ้น 130,000 บาท
หลังจากที่เดินทางกลับมาอยู่พัทยาก็ไปอยู่กับ “นุ้งตี้” ยอมรับว่าช่วงแรกที่มาอยู่ ก็ดี แต่ระยะหลัง รู้สึกอึดอัดใจ โดยชีวิตเหมือนในละคร รวมถึงการถ่ายคอนเทนต์ ที่ให้แม่ไปยืนถ่ายใต้ต้นมะพร้าว จนทำให้แม่โดนโซเชียลโจมตีอย่างหนัก ยืนยันว่าไม่เต็มใจทำ ยืนยันว่าแม่ไม่อยากอยู่ในโลกโซเชียล เพราะเป็นดาบ 2 คม ส่วนการถ่ายคอนเทนต์จะมีการแบ่งรายได้ แบ่งให้แม่ 20-30 % ส่วนการกินยังอยู่ยอมรับว่า นุ้งตี้ เลี้ยงดูดี ส่วนประเด็นที่ นุ้งตี้ กล่าวหาว่าแม่อิจฉาน้อง ยืนยันว่าแม่ไม่เคยอิจฉาน้อง แล้วที่สำคัญแม่ไม่อยากอยู่ในโลกโซเชียล

ส่วนประเด็นที่แม่ เกิดตบะแตก มีปากเสียงกับกลุ่ม นุ้งตี้ อย่างรุนแรงรวมถึงปาก้อนหินชาวต่างชาติ ยอมรับว่าในในวันนั้น แม่โกรธ และเหนื่อยมาก เนื่องจากทำงานยืนเสิร์ฟอาหารตลอดทั้งวัน โดยที่แม่ยังไม่ได้กินข้าว จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ส่วนประเด็น จะไปฟ้องร้องเรียกเงิน 40 ล้าน พูดไปเพราะความโมโห
ซึ่งหลังจากนี้ แม่ไม่สามารถเลี้ยงดูน้องได้คงมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดูแลต่อ หากน้องยังอยู่กับแม่เรื่องโซเชียลก็ยังจะวนเวียนอยู่ในชีวิตน้อง ยอมรับว่ายังรักลูกเสมอ
“ตอนนี้แม่คุ้มครองน้องไม่ได้ แต่กลายเป็นว่าน้องคุ้มครองแม่”
ซึ่งน้องนิสัยเปลี่ยนไปมากรวมถึงมีพฤติกรรมดื้อกับแม่มาก แม้กระทั่งประเด็นเรื่องของการไม่ซักกางเกงใน ในเรื่องนี้ยืนยันว่าเกิดขึ้นจริงแต่แม่อยากให้น้องทำเอง เพราะว่าลูกสาวโตขึ้นทุกวัน และ เถียงแม่หนักมาก แถมยังมีพฤติกรรมประชดประชัน ถึงแม้ตอนนี้ลูกไม่อยากเจอหน้าแม่แต่ก็อยากให้ลูกรู้ไว้ว่า “แม่รักลูกเสมอ”
ส่วนเรื่องที่มีคลิปเสียงแม่ใช้ให้ลูกไปซื้อยาบ้า จากชาวพม่าและบังคับให้น้องซื้อเหล้า เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงพร้อมให้ทุกคนพาไปสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าน้องฟ้าใสพูดถึงแม่แบบนี้ได้อย่างไรหรือทำไปเพราะโกรธแม่

ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง กล่าวว่า ในเรื่องนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย โดยน้องฟ้าใสจะถูกเข้าสู่กระบวนการ พรบ.คุ้มครองเด็ก เพื่อให้น้องกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป โดยมีการเรียนหนังสือ ถึงแม้น้องอยากอยู่กับนุ้งตี้ หรือน้องอยากเป็น อินฟูฯ ก็ต้องรอให้น้องมีอายุครบตามกำหนด 18 ปี ซึ่งแม่ไม่สะดวกใจให้น้องไปทำคอนเทนต์หรือไลฟ์สดทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจากการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยว มีการตกผนึกว่า แม่ควบคุมน้องไม่ได้แล้ว ซึ่งหลังจากนี้ แม่จะมอบน้องให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ เบื้องต้นน้องจะถูกส่งตัวไปเรียนหนังสือและใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป
ส่วนกรณี กลุ่มอินฟลูฯ จะเข้ามาดูแลน้อง ตรงนี้ ส่วนตัวเข้าใจทุกคน แต่ก็ต้องเข้าใจในเรื่องข้อกฎหมาย ในกรณีที่นำน้องมาทำกิจกรรมต่างๆ ว่าจะผิดกฎหมายหรือไม่ ส่วนตัวน้องฟ้าใสเอง เมื่อ 2 ปีก่อน ตนเคยพยายามเข้าไปช่วยเหลือแล้ว 1 ครั้ง จนน้องได้เข้าสู่กระบวนการการดูแลของ บ้านพักเด็กและครอบครัว แต่สุดท้ายน้องก็หลบหนีออกไป ก่อนจะไปรู้จักกับ สไปร์ท PSD จนเป็นข่าวโด่งดัง จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก ซึ่งหลังจากนี้ น้องฟ้าใสจะอยู่ในความดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก

“แม่ดา” อายุ 51 ปี กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ดี อยากขอบคุณพี่สไปร์ท และพี่อุงเอิง รวมถึงทีมงานบริษัทเดิมที่เคยอยู่ ช่วยเหลือดูแลแม่กับน้อง อีกทั้ง กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์เก่าที่เคยร่วมงาน อาทิเช่น นุ้งตี้, ออดี้, พี่เบนซ์, เจ๊เบียร์, โดยแม่อยากจะขอโทษที่ระหว่างทำงานร่วมกันแล้ว แสดงพฤติกรรมล่วงเกินหรือกระทำการใด ๆ ลงไป แม่ต้องขออภัยทุกท่าน เพราะเพียงอารมณ์ชั่ววูบ
ส่วนการที่ สไปรท์ และอุงเอิง เคยเสนอส่งตัวน้องให้เรียนถึงปริญญาตรีนั้น แม่ยืนยันว่าจะไม่กลับไป แม่ไม่เอาแล้ว แม่ไม่รับข้อเสนอแล้ว ทางลูกสาวได้ปฏิเสธไปแล้ว แม่จึงไม่ขอรับ แต่ในตอนแรกทางแม่เคยแสดงเจตนาว่าอยากส่งเสียให้น้องเรียนจนจบปริญญาตรี ในเมื่อแม่ไม่รับ แม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไปเรียบร้อยแล้ว ในส่วนนี้แม่ต้องขออภัยที่ได้ปฏิเสธน้ำใจของสไปร์ท ซึ่งก็คืออุงเอิง ผู้มีความปรารถนาดีต่อแม่ด้วย แม่ต้องขออภัยจริงๆ














