ตำรวจสอบสวนกลาง รวบ "โก้ปาล์ม" เอเย่นต์รายใหญ่จ้างคนวิ่งยา ใช้ทั้งรถส่วนตัว-รถทัวร์ ลำเลียงยาบ้าทะลุ 6.9 แสนเม็ด เจ้าตัวยังปากแข็งปฏิเสธ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ. และพ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังร่วมกันจับกุม นายจีรพงษ์หรือปาล์ม สงวนนามสกุล อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดกระบี่ ซึ่งได้ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกันและร่วมกันจำหน่ายโดยการมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมายและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”ตามหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 397/2569 ลงวันที่ 23 กันยายน 2569
การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตั้งจุดตรวจเพื่อปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ โดยก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากการสืบสวนหาข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านเส้นทางบริเวณจุดตรวจดังกล่าว จึงได้วางกำลังเฝ้าระวังและสังเกตการณ์รถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมา เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนส่งยาเสพติด
ต่อมาขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณจุดตรวจ ได้พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน ขง 7689 เชียงราย ขับมาตามเส้นทางที่มุ่งหน้ามายังจุดตรวจ โดยมีหญิงผู้ต้องหาเป็นผู้ขับขี่เพียงคนเดียว เมื่อรถยนต์คันดังกล่าวขับเข้ามาใกล้บริเวณจุดตรวจ กลับหยุดรถก่อนถึงจุดตรวจประมาณ 200 เมตร จากนั้นผู้ขับขี่ได้พยายามกลับรถเพื่อเปลี่ยนเส้นทาง พฤติการณ์ดังกล่าวประกอบกับข้อมูลการสืบสวนที่เจ้าหน้าที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยว่ารถยนต์คันดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จึงได้เข้าไปตรวจสอบและเชิญตัวผู้ขับขี่มายังบริเวณจุดตรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบตัวบุคคลและแสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนดำเนินการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบยาบ้าของกลางจำนวน 291,800 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดยาบ้าดังกล่าวไว้เป็นของกลาง พร้อมทั้งตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ต้องหา ซึ่งผลการตรวจปรากฏว่าพบสารเสพติดในปัสสาวะด้วย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมรถยนต์และของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับที่มาของยาเสพติดและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลว่านายจีรพงษ์ หรือโก้ปาร์มฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการว่าจ้างให้หญิงผู้ต้องหาลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวไปส่งมอบให้แก่ลูกค้า โดยมีลักษณะเป็นการจัดหาบุคคลให้ทำหน้าที่ขนส่งยาเสพติดตามที่ได้รับมอบหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้จากการตรวจสอบข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่พบว่าในช่วงเดือนกันยายน 2569 ยังมีคดีลักลอบลำเลียงยาเสพติดในลักษณะคล้ายคลึงกันอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบยาเสพติดจำนวน 399,800 เม็ด โดยผู้ที่ถูกจับกุมในคดีดังกล่าวให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายจีรพงษ์ฯ ให้นำยาเสพติดไปส่งมอบให้แก่ลูกค้าเช่นเดียวกัน ทั้งนี้วิธีการลำเลียงในคดีดังกล่าวใช้รถโดยสารประจำทางหรือรถทัวร์เป็นยานพาหนะในการขนส่ง ซึ่งเป็นรูปแบบการลำเลียงที่แตกต่างจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในคดีเดือนสิงหาคม 2569 และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคล พยานหลักฐานและพฤติการณ์ในแต่ละคดี
จากการตรวจสอบประวัติของนายจีรพงษ์ฯ เพิ่มเติม ยังพบข้อมูลว่าเมื่อปี 2562 นายจีรพงษ์ฯ เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและศาลจังหวัดกระบี่มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน เนื่องจากให้การรับสารภาพในคดีดังกล่าว
ล่าสุดต่อมา เจ้าหน้าที่คอมมาโดได้สืบสวนว่า นายจีรพงษ์ หรือ ปาล์ม อายุ 34 ปี นั้นหลบหนีอยู่ที่จังหวัดกระบี่และกำลังเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร จึงได้ให้กำล้งเจ้าจับกุมตัวนายจีรพงษ์ และแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามให้ทราบหลัง จากนั้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ขาณุวรลักษบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า ตนมีแฟนอยู่ที่จังหวัดกระบี่ 1 คน และมีแฟนอยู่ที่จังหวัดเชียงราย 1 คน โดยแฟนสาวคนที่จังหวัดเชียงรายได้ลงมาหาตนที่จังหวัดกระบี่ และได้พากันขึ้นรถทัวร์กลับที่จังหวัดเชียงรายพร้อมเพื่อนของตน 1 คน ตอนที่ตนอยู่จังหวัดเชียงรายได้เช่ารถยนต์มาขับต่อมาแฟนสาวได้ขับรถเช่าเข้าเมืองและโดนจับกุมเกี่ยวกับยาเสพติด ตนไม่รู้เรื่อง และขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
จากการสอบถามคำให้การของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อและจากการตรวจสอบพฤติการณ์ ผู้ต้องหาเคยต้องคดีและได้รับโทษเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ศาลจังหวัดกระบี่ตัดสินจำคุก 2 ปี 6 เดือนเนื่องจากตนรับสารภาพและยังมีคดียาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนพบเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก 1 คดี จำนวนยา 399,800 เม็ด และในคดีนี้พนักงานสอบสวนพบความเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดจำนวน 291,800 เม็ด จึงได้ออกหมายจับและจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาพบการหาคนเพื่อทำการวิ่งงานขนยาเสพติดข้ามจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือเป็นหลักฐานส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

















