เจ้าของบ้านตึกหญิง เครือข่ายเนอสซิ่งโฮมแห่งหนึ่ง ใน จ.นนทบุรี เผยดูแลผู้ป่วยอย่างดี ยันได้ยื่นขออนุญาต 25 เตียง ผ่านศูนย์ฯ ใหญ่ ขณะที่ หนึ่งในผู้ป่วยตึกหญิงยันได้รับการดูแลอย่างดี ไม่มีล่ามโซ่-ล่วงละเมิด
วันที่ 8 ต.ค. 2569 เจ้าของบ้านที่เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวชในจังหวัดนนทบุรี ที่ถูกศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 เข้าตรวจสอบในวันนี้ ชี้แจงกรณีถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องใบอนุญาตและการดูแลผู้ป่วย ว่า ศูนย์ได้ยื่นขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข รองรับผู้เข้ารับบริการจำนวน 25 เตียง และเข้าใจมาโดยตลอดว่า เอกสารที่ยื่นผ่านศูนย์ใหญ่เป็นไปอย่างถูกต้อง หลังจากนี้คงต้องไปตรวจสอบรายละเอียดจากศูนย์ใหญ่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แนะนำให้ส่งผู้ป่วยกลับไปอยู่กับญาติและดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง

สำหรับบ้านหลังนี้เป็นบ้านของตนเองโดยตรง เปิดให้บริการมาประมาณ 2-3 ปี ขณะที่ศูนย์ใหญ่เปิดมานานกว่า 10 ปี จุดเริ่มต้นเกิดจากเพื่อนและคนรู้จักฝากผู้ป่วยเข้ามารับบริการ ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยจิตเวชและผู้สูงอายุ โดยผู้ดูแลทุกคนได้รับการอบรมเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและผู้สูงอายุ รวมถึงมีกิจกรรมนันทนาการ และใช้ชีวิตร่วมกันในลักษณะครอบครัว
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงผู้ป่วยถูกล่ามโซ่หรือถูกทำร้าย เจ้าของบ้านยอมรับว่า ในช่วงแรกเคยมีการใช้ผ้ามัดผู้ป่วยบางรายที่มีอาการอาละวาดหรือควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ก่อนดำเนินการจะขออนุญาตจากญาติก่อนทุกครั้งเหมือนโรงพยาบาลทั่วไป และยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายหรือใช้ความรุนแรง พร้อมระบุว่า ผู้ป่วยจิตเวชบางรายอาจไม่ยอมรับว่าตัวเองมีอาการป่วย ขณะที่เรื่องการให้คำปรึกษา มีพยาบาลวิชาชีพคอยให้คำแนะนำ
ด้านอาหารการกิน ยืนยันว่า ผู้เข้าพักได้รับอาหารครบ 3 มื้อ โดยช่วงเช้าเป็นข้าวต้มหมู หรือต้มจืด กลางวันมีอาหาร 2 อย่าง หรืออาหารจานเดียว เช่น ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า พร้อมขนมหวานหรือผลไม้ และมีนมให้ก่อนนอน ส่วนรายละเอียดค่าใช้บริการและแพ็กเกจการดูแลผู้ป่วยนั้นไม่ทราบ ต้องถามทางศูนย์ใหญ่
สำหรับรายได้ เจ้าของบ้านระบุว่า ตนเองได้รับเป็นเงินเดือน ส่วนค่าเช่าบ้านเดือนละ 20,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายที่ศูนย์ใหญ่เป็นผู้จ่ายให้ พร้อมยืนยันว่า ไม่มีกรงขังเหมือนที่ จ.กาญจนบุรี อย่างแน่นอน

ขณะที่ ทางเจ้าของบ้านที่ศูนย์ฯ ก็ได้พาหนึ่งในผู้ป่วยของศูนย์ฯ อายุ 33 ปี มาให้สัมภาษณ์ด้วยความสมัครใจ โดยบอกว่า เข้ามาอยู่ที่ศูนย์ฯ เพราะเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเธอเคยเสพไอซ์ โดยเข้าออกอยู่ 3 รอบ ตั้งแต่ประมาณปี 60 พร้อมเล่าถึงกิจวัตรประจำวันว่า ตื่นนอนมา อาบน้ำ ออกกำลังกาย แล้วก็รอทานข้าว แล้วก็ลงมาดูทีวี ส่วนกิจกรรมก็จะมีสัปดาห์ละครั้ง โดยไปทำกิจกรรมที่บ้านชาย เป็นกิจกรรมบำบัด
เมื่อถามว่า มีหมออยู่ที่ศูนย์หรือไม่ ผู้ป่วยรายนี้บอกว่า ถ้าจะรักษา ทางศูนย์ที่นี่ก็จะดีลกับโรงพยาบาลศรีธัญญา โดยจะไปพบแพทย์ที่ศรีธัญญา และรับยาจากศรีธัญญา
ส่วนตนเอง รอบล่าสุดที่เข้ามาที่ศูนย์นี้ จะครบ 3 ปีเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งยืนยันว่าที่นี่ดูแลดี อยู่อาศัยแบบกันเอง สนิทกัน สภาพแวดล้อมก็อยู่กันเหมือนครอบครัว ไม่ได้ทะเลาะกัน อยู่กันแบบมีอะไรก็แบ่งกันกิน มีอะไรก็ปรึกษากัน
ส่วนการวางแผนหลังจากนี้ คิดไว้ว่าอยากออกไปทำมาหากิน ไปขายของ ขายอาหาร เพราะว่าตนเคยทำ โดยให้อาลงทุนให้
เมื่อถามว่า แล้ววันนี้หลังตรวจสอบแล้วพบว่าผิด เพราะมีการขออนุญาตแค่ตึกเล็กที่เดียว จะให้ญาติมารับหรือไม่ ผู้ป่วยบอกว่า ยังไม่ทราบเหมือนกัน
พร้อมยืนยันว่าที่ศูนย์ไม่มีการใช้ความรุนแรง จะมีก็แค่พูดคำหยาบนิดๆ หน่อยๆ เช่นเดียวกับเรื่องโซ่ตรวน กุญแจมือ ยืนยันว่าไม่มี ส่วนที่เห็นเมื่อวานมีข่าวนำเสนอว่าที่บ้านฝั่งผู้ชายมีตะโกนลงมา ตนไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่าที่บ้านผู้หญิงไม่มีการใช้ความรุนแรงแน่นอน ซึ่งการอยู่ที่นี่ก็ดูทีวีได้ แต่เล่นโทรศัพท์ไม่ได้
รวมถึงที่นี่ไม่มีเรื่องของการล่วงละเมิดหรือการกระทำชำเราแน่นอน เพราะที่ศูนย์แห่งนี้มีการเข้มงวดเรื่องของการให้ผู้ชายเข้ามาในศูนย์ แม้แต่เป็นญาติก็ตามก็ห้ามเข้ามา จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามาทำไม หรือแม้แต่ช่างที่เข้ามา ผู้หญิงก็จะต้องอยู่ในบ้าน และช่างก็อยู่ส่วนของช่าง จะไม่ให้มาเจอกัน














