สบส.4 สั่งย้ายผู้ป่วยออกจากเนอสซิ่งโฮม แห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี หลังเข้าตรวจสอบ พบผิด พ.ร.บ.ประกอบกิจการสถานพยาบาล ขออนุญาตแค่อาคารเดียว 9 เตียง แต่พบ 3 อาคาร รวม 83 เตียง เบื้องต้น ยังไม่พบลักษณะการใช้ความรุนแรง-ล่ามโซ่

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายศุภชัย สิงโห ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 ให้สัมภาษณ์หลังเข้าตรวจสอบ เนอสซิ่งโฮมแห่งหนึ่งในซอยเรวดี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ทั้งสองจุดนานกว่า 2 ชั่วโมง ว่าจากการตรวจสอบจุดแรก มีผู้ป่วยมารับบริการ 11 ท่าน (เตียง) แต่จุดนี้ขออนุญาตประกอบกิจการแค่ 9 เตียง จึงให้ผู้ประกอบการแก้ไขให้เหลือ 9 เตียง



และในจุดแรก ยังตรวจพบอีกอาคารที่เป็นตึก 3 ชั้น มีผู้รับบริการเข้ามาเพิ่มเติมอีก 58 คน ซึ่งตึกนี้ไม่ได้ขออนุญาต จึงได้ให้ผู้ประกอบการเคลื่อนย้ายเพราะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ

ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ประกอบการพบว่า ยังมีการเปิดศูนย์ดูแลผู้ป่วยโซนผู้หญิง มีผู้ป่วย 14 คน ซึ่งยังไม่ได้รับการอนุญาต จึงให้เคลื่อนย้ายผู้รับบริการออกเช่นกัน โดย สบส.ได้ประสานงานทาง สสจ.นนทบุรี พม. กรมสุขภาพจิต เข้ามาช่วยดูแลแล้ว และจะให้เคลื่อนย้ายออกให้เร็วที่สุด ซึ่งเบื้องต้นประสานญาติของผู้ป่วยให้เคลื่อนย้ายออกไปก่อนด้วย



ส่วนความผิดก็เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการสถานพยาบาล ที่ประกอบกิจการโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยจะต้องไปดูในรายละเอียดว่าผิดกฎหมายส่วนไหนเพิ่มเติมอีก ก็จะดำเนินคดีส่วนนั้นด้วย

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบว่า ตอนขออนุญาตมีการขอที่ 9 เตียง เมื่อปี 2567 และขณะนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบไปแล้ว ยังไม่มีผู้มารับบริการ เราจึงตรวจสอบว่า สถานบริการเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ และตามขั้นตอนจะมีการต่อใบอนุญาตทุก 5 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตรวจสอบเพราะยังไม่ถึงวงรอบการต่อใบอนุญาต ส่วนที่ไม่ได้มาแจ้งเพิ่มเติมหลังมีผู้ป่วยเพิ่มมานั้น มองว่าอาจจะเพิ่มเข้ามาแบบทันทีทันใด

เมื่อถามว่า จากคำบอกเล่าของผู้ป่วยว่า เข้ามาอยู่ปี 66 แต่มีการขออนุญาตปี 67 นั้น นายศุภชัย ระบุว่า ตนเองไม่ทราบ ส่วนจะไปตรวจสอบย้อนหลังหรือไม่คงจะตรวจสอบลำบาก ซึ่งตามคำบอกเล่าของผู้ป่วยต้องไปสืบสวนอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จากการตรวจสอบพบอุปกรณ์การล่ามโซ่หรือไม่ นายศุภชัย ระบุว่า ไม่พบ และได้ประสานตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมแล้ว เมื่อถามอีกว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ มีลักษณะของการใช้ความรุนแรงหรือไม่ นายศุภชัย ระบุว่า ณ วันนี้ที่ตรวจไม่มี ไม่พบ รวมถึงเรื่องบาดเจ็บก็ไม่พบด้วย โดยจะต้องไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความรุนแรงอีกครั้ง ส่วนตอนเข้าไปมีลักษณะของการขอความช่วยเหลือหรือไม่นั้น ตนเองก็ยังไม่พบเช่นกัน

ส่วนจะต้องไปตรวจสอบเจตนาของผู้ให้บริการหรือไม่นั้น นายศุภชัย ระบุว่า จะต้องไปตรวจสอบอีกครั้งในรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย และจะมีผลทางกฎหมายจึงยังไม่ขอให้รายละเอียด ส่วนสภาพจิตใจของผู้ป่วยตนเองไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นอย่างไร โดยให้กรมสุขภาพจิตเป็นผู้ประเมิน

นายศุภชัย ยังระบุอีกว่า หลังจากนี้จะมีการดำเนินการอย่างรัดกุมมากขึ้น และสบส. ก็จะเข้มงวดเรื่องของการขออนุญาตในการให้บริการมากขึ้นด้วย

ส่วนจะถึงขั้นปิดหรือไม่นั้น คงต้องไปดูข้อกฎหมายก่อน แต่เบื้องต้นไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาต และให้นำผู้รับบริการออกให้ไวที่สุด