กระบะไม่มีคนขับ เคลื่อนจากที่จอด ขึ้นบันได 7 ขั้น ชนทะลุประตูกระจกกุฏิพระ ลุงคนขับคาดอาจเป็นเพราะกุญแจที่ดัดแปลงใช้ระบบสตาร์ทรีโมทอยู่ในกระเป๋ากางเกงแล้วหลานชายนั่งทับ และอาจจอดคาเกียร์ 1

วันที่ 7 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีโลกโซเชียลในจังหวัดบุรีรัมย์ กำลังให้ความสนใจกับเหตุการณ์สุดแปลกที่เกิดขึ้นภายในวัดสำโรงราษฎร์สามัคคี ต.ผไทรินทร์ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ หลังรถกระบะคันหนึ่งจอดอยู่ภายในวัด แล้วรถกลับเคลื่อนตัวออกจากจุดจอดโดยไม่มีคนอยู่ภายใน พุ่งตรงไปยังบริเวณกุฏิพระ ปีนขึ้นบันไดหน้าโบสถ์ประมาณ 7 ขั้น ชนประตูกระจกกุฏิพระจนแตก และพุ่งเข้าไปภายในกุฏิ เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ต.ค. เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะที่ทางวัดกำลังจัดงาน “โครงการธรรมสัญจร” มีพระสงฆ์และประชาชนเดินทางมาร่วมงานกว่า 500 คน โดยผู้ร่วมงานส่วนใหญ่อยู่ภายในโดมเอนกประสงค์ของวัด

ขณะเกิดเหตุ รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีเทา ซึ่งเป็นรถของชาวบ้านที่เดินทางมาร่วมงาน จอดอยู่ภายในวัด เจ้าของรถให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ก่อนลงจากรถได้ดับเครื่องและดึงเบรกมือเอาไว้แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าได้เข้าเกียร์ค้างไว้หรือไม่ ก่อนเดินเข้าไปร่วมงานภายในโดม จากนั้นไม่นาน รถกระบะคันดังกล่าวกลับเคลื่อนตัวออกจากจุดจอด โดยไม่มีคนอยู่ภายใน พุ่งตรงไปยังบริเวณกุฏิพระเป็นระยะทางประมาณ 20 เมตร จากนั้นรถได้ปีนขึ้นบันไดบริเวณหน้าโบสถ์ ซึ่งมี 2 ระดับ รวมประมาณ 7 ขั้น พุ่งชนประตูกระจกกุฏิพระจนแตก และรถยังเคลื่อนเข้าไปภายในกุฏิ ก่อนหยุดชนกำแพงด้านใน

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในวัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นภาพที่รถกระบะเคลื่อนตัวไปเองโดยไม่มีคนขับ อีกทั้งยังสามารถขึ้นบันไดบริเวณหน้าโบสถ์และพุ่งเข้าไปในกุฏิพระ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนเกิดข้อสงสัยและพูดถึงเรื่องลี้ลับว่าอาจมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับรถ

ล่าสุด นายแดง อายุ 64 ปี เปิดเผยว่า รถคันดังกล่าวเป็นของลูกชาย โดยในวันเกิดเหตุตนเองยืมรถลูกมาที่วัด และรถใช้กุญแจระบบรีโมทกดสตาร์ท ซึ่งลูกชายให้ร้านติดตั้งและดัดแปลงระบบดังกล่าว

นายแดง เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุ ตนนำกุญแจรีโมทใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านซ้าย และขณะนั้นมีหลานชายวัย 4 ขวบนั่งทับบริเวณดังกล่าว จึงตั้งข้อสังเกตว่า แรงกดอาจไปโดนปุ่มบนรีโมทจนทำให้ระบบทำงาน ขณะเดียวกันรถอาจมีการคาเกียร์ 1 เอาไว้ ทำให้รถสามารถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

นายแดง บอกอีกว่า ถือว่าโชคดีที่ก่อนลงจากรถได้ดึงเบรกมือทิ้งไว้ จึงอาจช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของรถ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายหรืออันตรายมากกว่านี้ พร้อมยืนยันว่า จากข้อมูลที่ทราบในขณะนี้ น่าจะมีเหตุผลทางด้านระบบรถและการคาเกียร์มากกว่าเรื่องลี้ลับหรือ “ผีสิงรถ” ตามที่มีการพูดถึงกันในโลกโซเชียล

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ทำให้ประตูกระจกกุฏิพระได้รับความเสียหาย รวมถึงตัวกุฏิและรถกระบะได้รับความเสียหายจากแรงชน โดยสาเหตุที่แท้จริงของการเคลื่อนตัวของรถยังต้องตรวจสอบรายละเอียดของระบบสตาร์ท รีโมท และระบบเกียร์ของรถอีกครั้ง