ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน 27 จังหวัด และ กทม. ผนึกกำลังทุกภาคส่วนรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ เร่งช่วยเหลือประชาชนพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (7 ต.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 27 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน น่าน พะเยา ตาก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรีฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจังหวัดระยอง รวมกรุงเทพมหานคร ซึ่ง ปภ. ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังพลเร่งเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 27 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน น่าน พะเยา ตาก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรีสิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรีฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 7,215 หมู่บ้าน รวมกรุงเทพมหานครประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน 3,160,972 คน (ข้อมูล ศอ.ปภ. 7 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.) ได้แก่

ภาคเหนือ
- จ.แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.แม่สะเรียง อ.สบเมย อ.ขุนยวม รวม 6 ตำบล 7 หมู่บ้าน ระดับน้ำลดลง
- จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่แจ่ม อ.กัลยาณิวัฒนา อ.แม่ริม รวม 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
- จ.ลำพูน เกิดน้ำท่วมในอำเภอบ้านโฮ่ง รวม 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
- จ.น่าน เกิดน้ำท่วมในอำเภอบ้านหลวง รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
- จ.พะเยา เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.ดอกคำใต้ รวม 6 ตำบล 28 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
- จ.ตาก เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.สามเงา รวม 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 112 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
- จ.นครสวรรค์ เกิดน้ำท่วมใน 9 อำเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี อ.ตาคลี อ.บรรพตพิสัย อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองฯ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก อ.โกรกพระ อ.หนองบัว รวม 73 ตำบล 345 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,995 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

 

ภาคกลาง
- จ.อุทัยธานี เกิดน้ำท่วม อ.เมืองฯ รวม 10 ตำบล 61 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,220 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
- จ.ลพบุรี เกิดน้ำท่วม อ.บ้านหมี่ รวม 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,177 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
- จ.ชัยนาท เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ อ.สรรพยา รวม 26 ตำบล 115 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,211 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
- จ.สิงห์บุรี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี อ.เมืองฯ รวม 7 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,268 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- จ.สุพรรณบุรี เกิดน้ำท่วม 10 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองฯ อ.สามชุก อ.อู่ทอง อ.เดิมบางนางบวช อ.ด่านช้าง อ.หนองหญ้าไซ รวม 107 ตำบล 933 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 28,453 ครัวเรือน เสียชีวิต 5 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- จ.กาญจนบุรี เกิดน้ำท่วม 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.ท่าม่วง อ.เมืองฯ อ.สังขละบุรี รวม 5 ตำบล 9 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
- จ.อ่างทอง เกิดน้ำท่วม 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.เมืองฯ อ.วิเศษชัยชาญ อ.สามโก้ อ.โพธิ์ทอง รวม 42 ตำบล 155 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,306 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- จ.สระบุรี เกิดน้ำท่วม 2 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองแค อ.วิหารแดง รวม 10 ตำบล 23 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 518 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
- จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำท่วมใน 16 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางปะหัน อ.ลาดบัวหลวง อ.อุทัย อ.นครหลวง อ.วังน้อย อ.ท่าเรือ อ.ภาชี อ.บ้านแพรก อ.บางซ้าย อ.มหาราชรวม 205 ตำบล 1,371 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 59,633 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- จ.สมุทรปราการ เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.บางเสาธง อ.พระประแดง อ.บางพลี อ.เมืองฯ อ.บางบ่อ อ.พระสมุทรเจดีย์ รวม 38 ตำบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,346 ครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- จ.ปทุมธานี เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี อ.เมืองฯ อ.สามโคก อ.คลองหลวง อ.ลำลูกกา อ.หนองเสือ อ.ลาดหลุมแก้ว รวม 60 ตำบล 507 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 246,818 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- จ.นครปฐม เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.นครชัยศรี อ.บางเลน อ.สามพราน รวม 54 ตำบล 412 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,488 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
- จ.ราชบุรี เกิดน้ำท่วมใน 9 อำเภอ ได้แก่ อ.โพธาราม อ.บางแพ อ.เมืองฯ อ.ดำเนินสะดวก อ.บ้านโป่ง อ.วัดเพลง อ.จอมบึง อ.ปากท่อ อ.สวนผึ้ง รวม 69 ตำบล 444 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,513 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- จ.สมุทรสงคราม เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.อัมพวา อ.บางคนที รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,357 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- จ.เพชรบุรี เกิดน้ำท่วมในอำเภอแก่งกระจาน รวม 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว

 

ภาคตะวันออก
- จ.นครนายก เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพลี อ.เมือง อ.บ้านนา อ.องครักษ์ รวม 44 ตำบล 482 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,928 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำทรงตัว
- จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.นาดี อ.เมืองฯ อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ รวม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 59,934 ครัวเรือน เสียชีวิต 19 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- จ.ฉะเชิงเทรา เกิดน้ำท่วมใน 11 อำเภอ ได้แก่ อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.บางคล้า อ.พนมสารคาม อ.แปลงยาว อ.ท่าตะเกียบ อ.เมืองฯ อ.สนามชัยเขต อ.บ้านโพธิ์ อ.บางปะกง อ.คลองเขื่อน อ.ราชสาส์น รวม 93 ตำบล 844 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 64,516 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- จ.ชลบุรี เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.พนัสนิคม อ.พานทอง รวม 12 ตำบล 63 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,781 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
- จ.ระยอง เกิดน้ำท่วมในอำเภอแกลง รวม 1 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 60 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

- กรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำลดลง

 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงประสานหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิดพร้อมระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งสูบระบายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางก่อนเป็นลำดับแรก ทั้งการขนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย นำถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดลง ปภ. จะเร่งสำรวจบ้านเรือนและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เพื่อรวบรวมข้อมูลและดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมแจ้งเตือนสถานการณ์และคำแนะนำในการปฏิบัติตัวให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง