คุณป๊อบ หรือ "ช่างกือ" ลงพื้นที่แฟลตคลองจั่น แนะเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าถูกน้ำท่วม ถอดขั้วแบต ห้ามสตาร์ท ด้านเจ้าของรถเผยรักและผูกพัน วันที่น้ำท่วมได้ยินเสียงรถร้อง ความรู้สึกเหมือนลูกกำลังร้องขอความช่วยเหลือแล้วทำอะไรไม่ได้ จวกการแจ้งเตือนจากรัฐแย่มาก
วันที่ 6 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่แฟลตคลองจั่น พร้อมกับนายสาโรช พรรค์สมบัติ หรือป๊อบ หรือ "ช่างกือ" เจ้าของอู่ "อิ้งกือ EV Shop" ได้ลงพื้นที่สำรวจแฟลตคลองจั่นเพื่อดูรถไฟฟ้าที่จมน้ำหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมนานหลายวัน เนื่องจากรถไฟฟ้าหากจมน้ำนานๆ น้ำอาจเข้าแบตเตอรี่และเกิดเพลิงไหม้ขึ้นได้ โดยในวันนี้ ช่างกือลงพื้นที่มาเพื่อดูว่า รถคันไหนมีความเสี่ยง และแนะนำว่าเจ้าของควรซ่อมหรือทำอย่างไร

พร้อมแนะนำว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม สิ่งแรกที่เจ้าของรถต้องทำ คือ ตัดไฟเพื่อความปลอดภัยของรถแต่ละคัน หากตอนนี้รถจมน้ำไปแล้วและไม่ได้ตัดไฟ ก็สมควรตัดไฟให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งตัดไฟช้าเท่าไรโอกาสพังก็เยอะมากขึ้นเท่านั้น แนะนำให้ถอดขั้วแบตหรือปลั๊ก MSD เพื่อตัดไฟ ตนแนะนำว่า หากรถได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ให้ยกขึ้นรถสไลด์ไปอู่อย่างเดียว ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด
รถไฟฟ้าส่วนใหญ่ซ่อมได้ทั้งหมด แต่ซ่อมแล้วไม่มีทางเหมือนเดิม แต่ถ้าอยากให้เหมือนเดิมก็ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดในรถ ให้เหลือแต่โครงไก่ไว้และเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ทั้งหมด เหมือนเราได้รถใหม่แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงมาก
ซึ่งหลังจากนี้ ในอนาคตหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอีก ตนอยากแนะนำว่า หากย้ายได้ให้ย้ายรถดีกว่า อย่าคิดว่าน้ำจะไม่ถึง หรือการนำผ้าใบมาคลุมก็ได้แต่ต้องมั่นใจว่าน้ำจะไม่เข้ารถเลย

โดยช่างกือได้ไปสำรวจผู้ใช้รถไฟฟ้าในแฟลตคลองจั่นซอย 25 พบว่า มีรถไฟฟ้ายี่ห้อ NETA จอดไว้ในสภาพที่มีรอยน้ำท่วมถึงกระจกมองข้าง ช่างกือระบุว่า สภาพรถของผู้เสียหายพบว่าเสียหายทั้งคัน ซึ่งต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเพราะซ่อมไปก็คงไม่คุ้ม เบื้องต้นจากการประเมินแล้ว คาดว่าค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณหลักแสน
ตอนนี้ในพื้นที่เคหะคลองจั่น พบว่า รถไฟฟ้าบางส่วนถูกยกออกไปแล้ว แต่บางส่วนก็ยังถูกจอดทิ้งไว้ เพราะคาดว่าบางคนคงยกออกไปไม่ทัน และคาดว่าน้ำคงไม่ท่วมมากถึงขนาดนี้


ด้านนายพิพัฒน์นันท์ เจ้าของรถ ระบุว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตนได้เห็นสภาพรถที่มีระดับน้ำท่วมสูงถึงกระจกมองข้าง พูดไม่ออก คิดไว้ในใจว่ายังไงรถก็ต้องพังแน่ คิดค่าซ่อมไว้ในหัวประมาณ 200,000 บาท ซึ่งตนคงไม่มีเงินถึงขนาดนั้นแน่นอน ตนเครียดตั้งแต่น้ำเริ่มท่วม นอนไม่หลับมาหลายคืน ไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถออกไปจากพื้นที่ได้ทัน เนื่องจากไม่มีการประกาศแจ้งเตือน และไม่สามารถนำรถออกไปได้เนื่องจากระดับน้ำความสูงมากแล้ว และมีความเสี่ยงรถจะดับหากขับออกไป
ส่วนการซ่อม ในใจตนรักและผูกพันกับรถคันนี้มาก แต่ถ้าหากซ่อมไม่ไหวก็ต้องยอมให้เป็นการจัดการของธนาคาร หรือปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถไปเลย

ทั้งนี้ ผู้เสียหายพูดถึงเรื่องของการแจ้งเตือนจากรัฐบาลว่า ที่ผ่านมาไม่มีการแจ้งเตือนอะไรเลย ตนรู้สึกเสียใจในการบริหารและการแก้ปัญหาในครั้งนี้ มันแย่มาก เพราะหากการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ได้ทราบ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินคงมีทางเลือกมากกว่านี้ แต่ทำไมกลับไม่เลือกทำอะไรเลย
ส่วนเรื่องการช่วยเหลือที่ผ่านมา ในวันแรกๆ ตนแทบไม่ได้กินอะไรเลย แต่ก็ขอชื่นชมการทำงานของมูลนิธิและหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆ ที่การช่วยเหลือ แต่ตนไม่เห็นการทำงานอะไรของรัฐบาลเลย ยอมรับอีกว่าเป็นเรื่องที่เจ็บใจมากๆ
ผู้เสียหายย้อนถามว่า ทำไมเราต้องมาลำบากกับการที่คุณปล่อยปละละเลยกับการแจ้งเตือน ปล่อยปละละเลยคุณภาพประชาชน และคุณไม่ได้สนใจกับความเสียหายของประชาชนเลย ทุกวันนี้ ตนก็รอกรรมตามสนองพวกเขาอยู่
ทั้งนี้ ผู้เสียหายยังพูดทั้งน้ำตาว่า ในวันที่น้ำท่วมตนได้ยินเสียงรถร้อง ความรู้สึกเหมือนลูกกำลังร้องขอความช่วยเหลือแล้วทำอะไรไม่ได้ มันเสียใจมาก เพราะไม่มีใครไม่รักรถ หรือเครื่องมือหากินของตัวเอง แล้วจะต้องมาซวยกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้หรือ?














