นายกฯ นำทีมประชุม บกปภ.ช. ถามหา "อธิบดีกรมอุตุฯ" บอกไม่เคยเห็นหน้าตอนประชุม เขาอยู่ไทยไหม? ด้านผู้แทนแจ้ง เกษียณอายุแล้วเมื่อ 30 ก.ย. ยังไม่ได้แต่งตั้ง ทำเจ้าตัวเหวอก่อนขอบคุณช่วยกันทำงาน ขออย่าใส่ใจคำบูลลี่ บอกสถานการณ์ภาพรวมคลี่คลาย แต่ยังกังวลฝนตกก้อนใหญ่ 4-10 ต.ค.
วันที่ 3 ก.ย. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตัวแทนจากเหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบทางไกล
ทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้กล่าวเปิดการประชุม ว่า ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมประชุมติดตามประเมินสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในวันนี้ที่ ปภ. ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันหยุดแต่ทุกท่านก็มาด้วยความพร้อมเพรียงกันตนคิดว่าถ้าพี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบถึงความกังวลและความห่วงใยของพวกเราต่อพี่น้องประชาชน อย่างน้อยก็จะทำให้เขาได้มีความมั่นใจและลดความวิตกกังวลลงว่าปัญหาของพวกเขามีหน่วยงานภาครัฐคอยติดตามดูแล
วันนี้เป็นการประชุมติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ในช่วงที่มีสถานการณ์อุทกภัย เราต้องทำงานแบบไม่มีวันหยุด ซึ่งภาพรวมของสถานการณ์มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งระดมการระบายน้ำ สูบน้ำออกจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพมหานคร หรือ ปริมณฑล หรือ จังหวัด ที่มีสถานการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลางและภาคตะวันตก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องเตรียมความพร้อมจากวันนี้เป็นต้นไป คือการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมไปตลอดสัปดาห์ จนถึงวันที่ 10 ตุลาคม แต่ยังดีหน่อยว่าจากการพยากรณ์อากาศยังมีความหวัง เพราะภาคอีสานและภาคเหนือค่อนข้างเคลียร์ และอยู่ในระดับปานกลางในเขตภาคกลาง แต่ที่จะหนักมากเมื่อดูจากภาพถ่ายดาวเทียมจะเห็นว่ามีมวลก้อนใหญ่สีแดงอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ที่กำลังจะเคลื่อนตัวเข้ามาผ่านทางประเทศเวียดนาม และเข้ามาสู่ในประเทศแถบอินโดจีนทั้งหมด ซึ่งก็น่าจะมาถึงไทยในช่วงวันที่ 4-10 ตุลาคมนี้ ซึ่งการพยากรณ์ฝนคิดว่าทางผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยาคงจะได้แจ้งให้พวกเราได้รับทราบอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แต่ตนยังไม่เคยเห็นอธิบดีกรมอุตุฯ เลย ทั้งที่พวกเรามากันทุกคน ก่อนสอบถามว่า ท่านอยู่เมืองไทยหรือไม่
ด้าน นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ปฏิบัติหน้าที่เป็นรักษาราชการแทนอธิบดีกรมกรมอุตุนิยมวิทยา จึงได้แจ้ง ว่า อธิบดีฯ เกษียณอายุราชการไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา
จากนั้น นายกรัฐมนตรี จึงสอบถามต่อว่า มีอธิบดีฯ คนใหม่หรือยัง? นายนัฐวุฒิ ตอบกลับว่า "ยัง แต่มีตนเป็นผู้รักษาการ"
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เพราะมีการบูลลี่นิดหน่อยเกี่ยวกับการแจ้งเตือน จากกรมอุตุนิยมวิทยา แต่เราไม่ว่ากัน ถ้าเรามาทำงานร่วมกัน อยู่ในทีมเดียวกัน ความรับผิดชอบเรื่องการกระจายข่าวก็จะถูกครอบคลุมโดยศูนย์บัญชาการแห่งนี้ ทำให้ลดแรงกดดันต่างๆไปยังกรมอุตุนิยมวิทยาด้วย
พร้อมกล่าวต่อว่านี่คือการพยากรณ์อากาศเพราะฉะนั้นอาจจะแม่นไม่เต็มที่ แต่ถ้าเราทำความเข้าใจกันก่อน ก็จะทำให้การสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณรักษาการอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาที่ได้มาในวันนี้
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ในช่วงนี้ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นต้นไป เมื่อสักครู่ตนได้พูดคุยกับทางแม่ทัพภาคที่สี่แล้ว ซึ่งตนมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว โดยได้แจ้งไปว่าขอให้ท่านเตรียมความพร้อมและร่วมมือประสานงานกันกับทุกภาคส่วน รวมถึงทางผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคสี่ส่วนหน้า (กอ.รมน.) ในการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทั้งการป้องกันเยียวยา ดูแล และการเตรียมอพยพผู้คน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ช่วงนี้จะเห็นว่าสถานการณ์ยังมีปริมาณน้ำฝนอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยช่วงบ่ายจะมีสภาพฝนตกหนัก แต่เท่าที่ทราบมายังไม่มีผลต่อการระบายน้ำ หรือ จะมาเป็นภาระเพิ่มเติมแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้เร่งระบายน้ำที่อยู่ในพื้นที่ที่ให้ออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนเรื่องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องของการจัดสิ่งของใช้และอาหาร ให้เข้าไปถึงในพื้นที่ เรื่องนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ภาคเอกชน อาสาสมัคร จิตอาสา ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ในวงกว้างแล้ว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยด้วยว่า วันนี้หลังประชุมเสร็จ ตนจะลงพื้นที่ไปตรวจสถานการณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำระบายน้ำตั้งแต่จังหวัดชัยนาทลงมาจนถึงจังหวัดภาคกลางเพื่อดูว่าปริมาณน้ำเป็นอย่างไร และมีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง ขณะที่ในส่วนของทาง บกปภ.ช. แห่งนี้ ยังคงประชุมต่อเนื่องทุกวันเพื่ออัปเดตสถานการณ์ตลอดเวลา
จึงขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนให้ชี้แจงประชาชนถึงเรื่องโครงการประกันภัยให้กับครัวเรือนที่ประสบภัยจากสถานการณ์ทุกอุบัติภัย ไม่ใช่เฉพาะน้ำท่วมเท่านั้น แต่รวมถึงภัยธรรมชาติ 3 อย่าง ซึ่งหลักๆคืออุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว เพื่อให้ประชาชนทราบ พร้อมขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ศึกษาข้อมูลและใบสรุปอย่างถี่ถ้วน และเผยแพร่ต่อพี่น้องประชาชนให้เข้าใจ ซึ่งจะเห็นอย่างชัดเจนว่าการระดมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ เครื่องจักร รถเรือ ปั๊มน้ำ เครื่องสูบน้ำ และความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องทั้งหลายได้ถูกเร่งระดมไปยังพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์เต็มรูปแบบ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้มุ่งมั่นในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไม่ต้องไปฟังหรือไปสนใจเรื่องของการบูลลี่ กระทบกระทั่งตั้งคำถามในเชิงที่ดูถูกดูแคลน และสร้างความปั่นป่วน พร้อมขอให้เรามั่นใจในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ทุกคน ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเราทำงานอย่างเต็มที่ เพราะสถานการณ์ต่างๆเริ่มกลับสู่เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว จากนี้ไปคือการป้องกันเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จากสภาวะฝนที่จะมีปริมาณมากขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้














