รัฐบาล เตือน ภาคกลางรับฝนหนัก 11–14 ต.ค. 69 เฝ้าระวัง 5 เขต กทม.–พื้นที่ริมเจ้าพระยา คาด "สายไหม–ออเงิน" ระบายออกได้ใน 2 วัน ด้าน "นายกฯ" สั่งตรึงกำลังช่วยเหลือปชช. พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าว ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการในที่ประชุม ให้จังหวัดที่ยังประสบอุทกภัย ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรที่จำเป็น ให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบริหารจัดการและระบายน้ำในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับจังหวัดหรือพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างครอบคลุมทุกด้าน และเร่งดำเนินการควบคุมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ระบบสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ส่วนเรื่องสภาพอากาศ ทางกรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงว่า ในวันที่ 5-7 ตุลาคมจะมีฝนมากขึ้นในภาคอีสานไล่มาทางภาคตะวันตกของประเทศ และช่วงวันที่ 11-14 ตุลาคม จะมีฝนตกหนักหรือฝนตกแช่ในภาคกลาง ตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ลงมา ปริมาณฝนอยู่ที่ 100 มิลลิเมตร จากนั้นจะเลื่อนไปทางตอนใต้
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ส่วนการบริหารจัดการภาพรวม ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในการควบคุม โดยภาพรวมน้ำขาเข้ามีแนวโน้มลดลง ในส่วนท้ายเขื่อน เรามีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และขอให้เฝ้าระวังในส่วนของ จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี และ จ.อ่างทอง ซึ่งทั้ง 3 จังหวัดนี้สถานการณ์อยู่ในช่วงทรงตัว ส่วนผลกระทบปัจจุบัน จ.อยุธยา ยังมีผลกระทบของที่ ในส่วนของ จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี สถานการณ์ยังคงที่ และยังคงมีผลกระทบในพื้นที่ริมตลิ่ง
ในส่วนของ กทม. ขณะนี้ในแนวคันกันน้ำไม่มีผลกระทบ น้ำยังอยู่จุดต่ำสุดของคันกันนํ้า ประมาณ 90 เซนติเมตร และในส่วนพื้นที่คลองจั่นขณะนี้แห้งแล้ว ในส่วนพื้นที่ร่มเกล้า เมื่อวานนี้ (1 ต.ค.) น้ำลดลงไป 30 เซนติเมตร บางจุดยังลึก แต่บางจุดเริ่มลดระดับลง และสัญจรได้มากขึ้น
ในส่วนเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูง ได้แก่ 1.ถนนพหลโยธิน รอยต่อกทม-พหลโยธิน 54/1 2.ถนนสุวินทวงศ์ แยกตัดถนนรามคำแหง-ตลองโตนด 3.ถนนกรุงเทพกรีฑา ซอย 9-25,41-55 4.ถนนหลวงแพ่ง 5.ถนนฉลองกรุง 6.ถนนเจ้าคุณทหาร ตั้งแต่ตัดร่มเกล้า -แยกเจ้าคุณทหาร
ส่วนพื้นที่เขตมีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง และสายไหม ยังต้องเฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพราะมีแนวโน้มจะสูงขึ้น เนื่องจากเกี่ยวข้องกับระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งพื้นที่สายไหม-ออเงิน ยังมีน้ำท่วมขังในชุมชน แม้ระดับน้ำลดลง จึงต้องเร่งสูบน้ำหรือผลักดันน้ำเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน
นางสาวลลิดา กล่าวอีกว่า รัฐบาลเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะเร่งดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติโดยเร็วที่สุด














