คนร้าย 6-7 คน พร้อมอาวุธขี่จักรยานยนต์บุกโกดังสินค้าใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ข่มขู่ไล่พนักงานออก แล้ววางระเบิด เผารถบรรทุก และกล้องวงจรปิดอีก 2 จุด
วันที่ 30 ก.ย. 2569 เมื่อเวลาประมาณ 00.10 น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก อดุลย์ เง๊าะ ผกก.สภ.หนองจิก ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดและเผารถบรรทุกภายในบริเวณร้านศรีสมัย (ดอนยาง) ซุปเปอร์สโตร์ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และคนร้ายยังลอบเผากล้องวงจรปิด 2 จุด และโรยตะปูเรือใบ โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบ และประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาฉีดน้ำดับไฟจนควบคุมเพลิงไว้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเชือกปิดกั้นพื้นที่ไว้เพื่อรอตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

ล่าสุด เช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด โดยประตูโกดังสินค้าได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด และยังพบชิ้นส่วนวัตถุระเบิดกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณโดยรอบ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เพื่อส่งตรวจพิสูจน์และใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้น เป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักราว 10 กก. ขณะเดียวกัน บริเวณประตูรถทางเข้า พบรถบรรทุกถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย 1 คัน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพบกลุ่มบุคคลประมาณ 6-7 คน พร้อมด้วยอาวุธปืน เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์หลายคันเข้ามาในบริเวณโกดังดังกล่าว แล้วข่มขู่ไล่คนขับรถบรรทุกสินค้าและพนักงานออกจาก จากนั้นคนร้ายแบ่งกำลังเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ที่ประตูสินค้า กลุ่มที่สองนำน้ำมันราดที่รถบรรทุกและจุดไฟเผา กลุ่มที่สามคอยคุมเชิงโดยรอบ หลังก่อเหตุคนได้หลบหนีไป

ไม่นานหลังจากนั้นได้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ส่งผลให้ประชาชนและชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเกิดความตกใจและตื่นตระหนก จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มอีกว่า คนร้ายยังลอบเผากล้องวงจรปิด บริเวณริมถนนทางเข้าบ้านคลองขุด ม.1 ต.ขางเขา อ.หนองจิก และบริเวณหน้าโรงเรียนกองทัพบก ม.4 ต.บางเขา อ.หนองจิก ได้รับความเสียหาย อีกทั้งคนร้ายยังโรยตะปูเรือใบ บนนถนนสาย 43 บ.เกาะหม้อแกง อ.หนองจิก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบ ตลอดจนตรวจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และลายนิ้วมือแฝงจากวัตถุ เพื่อใช้หาความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ

















