สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี ยังคงวิกฤตอย่างหนัก โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจ ตลาดกบินทร์ ซึ่งขณะนี้ถูกมวลน้ำโอบล้อมจนกลายเป็นพื้นที่ติดเกาะ น้ำไหลเข้าท่วมเต็มพื้นที่ รถยนต์ขนาดเล็กและรถทั่วไปไม่สามารถเข้า-ออกได้
วันที่ 27 ก.ย. 69 ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ บ้านทุ่งแฝก หมู่ 2 ต.กบินทร์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 01.00 น. ก่อนที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงประมาณ 04.00 น. เช้ามืดของวันที่ 27 ก.ย.69 ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของออกจากบ้านเท่าที่สามารถทำได้ ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แทบตั้งตัวไม่ทัน สัตว์เลี้ยงขึ้นไปอาศัยอยู่บนหลังคาบ้านและตามต้นไม้
ขณะที่ ตลาด 100 ปี ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของกบินทร์บุรี ถูกน้ำท่วมจนจมบาดาล ส่วนพื้นที่โดยรอบได้รับผลกระทบอย่างหนักไม่แพ้กัน หลายชุมชนถูกน้ำล้อม การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก
บริเวณ ตลาดใหม่ มวลน้ำไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็วและมีกระแสน้ำไหลแรง ชาวบ้านบางส่วนไม่สามารถขนย้ายสิ่งของได้ทัน ขณะที่อีกหลายครอบครัวต้องเผชิญกับน้ำที่เพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถเก็บทรัพย์สินได้ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยกู้ภัยฯ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น เร่งเข้าพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดอยู่ภายในบ้าน โดยเฉพาะ ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็ก และสัตว์เลี้ยง ซึ่งบางจุดไม่สามารถเดินทางออกมาได้ด้วยตนเอง
สถานการณ์บน ถนนสาย 304 ตั้งแต่บริเวณบ้านนางเลงต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่ ต.หนองกี่ ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน น้ำท่วมผิวการจราจรเป็นวงกว้าง จนขณะนี้ไม่สามารถใช้เส้นทางได้ทั้งสองฝั่ง ส่งผลให้การเดินทางเข้า-ออกพื้นที่กบินทร์บุรีเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางออกไปทำงานไม่สามารถออกไปทำงานได้
สำหรับญาติของประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลกบินทร์ ซึ่งต้องการเดินทางเข้าไปรับคนออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าไปได้ด้วยรถทั่วไป โดยมีรายงานว่าสามารถใช้รถขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก 10 ล้อ เข้าพื้นที่ได้ในบางจุดเท่านั้น
*ภาพรวมสถานการณ์ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี ขณะนี้ถือว่ารุนแรงและขยายวงกว้างอย่างน่าเป็นห่วง หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมสูงและมีกระแสน้ำไหลแรง เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังคงเร่งเข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชนออกจากจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมวลน้ำที่ยังคงไหลเข้าพื้นที่ไม่หยุด
สถานการณ์น้ำยังวิกฤต! ระดับน้ำไม่มีทีท่าจะทรงตัวหรือลดลง กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในพื้นที่ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

















