"ป๋อง สุพรรณ" มาตามนัดยันพร้อมชี้แจงทุกข้อมูลเกี่ยวกับ "มูลนิธิหวันโชติ" รับช็อกหลังทราบข่าวฉาวอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์
วันที่ 22 ก.ย. 69 เมื่อเวลา 10.30 น. นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม โดยทันทีที่เดินทางมาถึง ได้ลงจากรถมีการชูมินิฮาร์ทให้กับผู้สื่อข่าว ก่อนที่จะเปิดเผยว่าวันนี้ได้เข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน หลังมีชื่อปรากฏว่าเป็นหนึ่งในกรรมการจัดตั้งมูลนิธิหวันโชติ ที่ นายอติโชติ ทันประเสริฐ หรือ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จัดตั้งขึ้น พร้อมกับหลักฐานเอกสารที่นำมา ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับการทำบุญ การสร้างพระ แต่ละรุ่นที่ไม่ใช่รุ่นเหรียญเหนือดวง ซึ่งตนจะเป็นคนประสานและคอยดูแบบพระให้ รวมถึงคอยประชาสัมพันธ์ ทำพิธีทำให้ด้วยใจไม่เคยเอาเงินจ่ายเงินเอง เราทำบุญไม่หวังสิ่งตอบแทน ทำเอาบุญไม่ได้ทำเอาเงิน
เมื่อถามว่าเป็นแค่กรรมการไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบิกเงินใช่หรือไม่ ระบุว่า เราเป็นคนศรัทธา เป็นลูกศิษย์ที่ไปทำบุญ ส่วนที่เข้าไปเป็นกรรมการจัดตั้งมูลนิธิ เพราะอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ขอให้เป็น ด้วยความศรัทธาจึงเข้าไปเป็นกรรมการจัดตั้งให้ เพราะเห็นว่าเป็นมูลนิธิที่มีประโยชน์
แต่เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย เพราะเป็นอำนาจของอดีตเจ้าอาวาสวัด เลขา กรรมการ และกรรมการอีกคนที่ทางอดีตเจ้าอาวาสมอบหมาย ส่วนเงินที่โอนเข้ามาในมูลนิธิเท่าที่รู้มีเพียงแค่ 20 ล้านบาท และเงินยังอยู่ แต่มีบางส่วนที่นำไปซื้อเครื่องมือการแพทย์ ข้าวสารให้กับชาวบ้าน แต่ตั้งแต่จัดตั้งมูลนิธิมาไม่เคยมีการเรียกประชุม
หลังทราบข่าวรู้สึกเสียใจ พูดไม่ออก จุกอก และที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ออกมาให้ข่าว เพราะไม่อยากทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย หากใครผิดก็ว่ากันไปตามผิด ส่วนตัวเองก็เป็นเพียงแค่ลูกศิษย์ทั่วไปที่ไปทำบุญ ก่อนหน้านี้ก็เสียใจเรื่องหลวงปู่จื่อมรณภาพ ซึ่งตนได้เข้าไปกราบไหว้อดีตเจ้าอาวาสพร้อมบอกว่า “ผมไม่มีใครแล้วนะ เหลือพ่อองค์เดียวที่จะกราบไหว้” และด้วยความศรัทธายังพานักมวยเข้าไปกราบไหว้อีก เรื่องที่เกิดขึ้นศรัทธากับความงมงายตนแยกกัน รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น กราบไหว้มาเป็น 10 ปี ตั้งแต่ 51 ปี
เมื่อถามว่ารู้จักกับนางสาวปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือ “สีกาเอ๋” อายุ 47 ปี หรือไม่ ป๋อง สุพรรณ ระบุว่าไม่รู้จักแต่เคยเห็นหน้า และตนเองไม่ค่อยสุงสิงเรื่องในวัดสักเท่าไหร่ แต่จะเข้าไปกราบไหว้องค์หลวงพ่อ หรือองค์หลวงพ่อจตุคาม ซึ่งเป็นเหรียญเหนือดวงทุกวันพฤหัส และยืนยันว่าตนเองไม่ใช่คนสร้างเหรียญเหนือดวง ส่วนที่ว่าทำไมต้องถวายทองนั้นเดี๋ยวจะออกมาบอกอีกครั้ง ไม่มีอะไรปิดบัง อยากจะมาเปิดเผย
ทั้งนี้การเข้าพบตำรวจในวันนี้ ตนเป็นพยานไม่ใช่ผู้ต้องหา นำข้อมูลมาให้กับตำรวจมาดำเนินคดี ให้มันถูกต้อง ตามพยานหลักฐานที่มี ซึ่งตนเองไม่ได้อยากมาเลยแต่ที่ต้องมา เพราะเป็นหนึ่งในกรรมการจัดตั้งมูลนิธิ ซึ่งกรรมการคนอื่นมาเกือบหมดแล้วเหลือตนเพียงคนเดียว
ทั้งนี้ตนนับถือองค์พ่อใหญ่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีเยอะ อย่าไปทำลาย จะให้ไปช่วยทำวิหารหรือบูรณะ เราลูกศิษย์ทุกคนจะไปช่วยทำให้เขาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เราไปไหว้ขอพรก็ผ่านทางอดีตเจ้าอาวาส อย่างไรก็ตามเหรียญเหนือดวงสร้างเมื่อปี 2549 แต่ตนเองได้เข้าไปกราบไหว้ภายในวัดเมื่อปี 2551 ก่อนที่จะมาบวชภายในวัดปี 2559

















