เจ็บกาย-แผลใจลึก! "คุณแนน" เปิดใจ ประกาศท้าชน "ทนาย" ข้างบ้าน ลั่น "ไม่เจรจา" เดินหน้าฟ้องแพ่ง-อาญาถึงที่สุด พร้อมจ่อยื่นสภาทนายความพิจารณา เผยยังผวา-กลัว ขอเลี่ยงเจอคู่กรณี
จากกรณีที่คุณแนน ผู้เสียหายที่เดินทางเข้าร้องเพจสายไหมต้องรอด ว่าถูกเพื่อนบ้านที่เป็นทนายความทำร้ายร่างกายโดยใช้ขวดน้ำปลาและหมัดฟาดไม่ยั้ง จนดั้งของตนหัก และมีรอยฟกช้ำที่บริเวณใบหน้าและร่างกายหลายจุด
ล่าสุดวันนี้ (15ก.ย.69) คุณแนน เปิดใจอีกครั้งกับทีมข่าวออนไลน์ช่อง 8 ว่า ตั้งแต่ตอนย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เมื่อเดือนตุลาคมปี 2568 ก็เกิดเหตุการณ์ที่ทนายความคู่กรณีมาถีบประตูบ้านของตนพร้อมด่าทอ ในขณะที่ตนกำลังทำความสะอาดบ้าน ตนจึงหลีกเลี่ยงการปะทะและเจอหน้ากันมาโดยตลอด
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า หลังจากนี้จะกลับไปเจรจาและกลับมาเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกันได้หรือไม่นั้น คุณแนนบอกว่า ฝ่ายของตนไม่ได้เป็นผู้กระทำจึงไม่จำเป็นต้องไปเจรจากับอีกฝ่าย ตนยังรู้สึกหวาดระแวงและกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้คู่กรณีจะอยากขอเจรจาหรือยุติเรื่องราวทั้งหมด ตนยังยืนยันว่าตนไม่พร้อม เพราะเรื่องที่อีกฝ่ายกระทำ กลายเป็นบาดแผลทางใจ จนทำให้ตนนอนไม่หลับสักคืนหลังจากเกิดเรื่องขึ้น

นอกจากนี้ จากคำกล่าวอ้างของทนายว่าภาพกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุถูกตัดต่อ คุณแนนยืนยันกับทีมข่าวว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดนั้นเป็นของจริง ซึ่งนิติบุคคลของหมู่บ้านก็ได้ยืนยันว่าคุณแนนได้เขียนคำร้องจากสำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านเพื่อนำมาเป็นหลักฐานจริง
อีกทั้งตอนนี้ตนยังต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปแล้วกว่า 20,000 บาท อีกทั้งสภาพจิตใจทั้งของตนและลูกชายก็ย่ำแย่มากจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตั้งใจที่จะเรียกร้องให้คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งทางแพ่งและทางอาญาให้ถึงที่สุด และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาไกล่เกลี่ยให้ทนายความเซ็นหนังสือยินยอมว่าจะไม่สร้างความเดือดร้อนในลักษณะนี้อีก
เช่นเดียวกับนิติบุคคลของหมู่บ้าน ได้ขออภัยกับเหตุการที่เกิดขึ้นพร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานนี้ได้คุยกับคณะกรรมการหมู่บ้าน และเรียกบริษัท รปภ.มาตรวจสอบ และกำชับฝึกฝนให้ระงับเหตุให้ไวกว่านี้ แต่ยืนยันว่านี่เป็นเหตุการณ์แรกในรอบกว่า 10 ปี ซึ่งหลังจากนี้จะจะดำเนินการตั้งป้อมยาม ณ จุดเกิดเหตุ และประสานสายตรวจให้เข้ามาดูทุกชั่วโมง เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยให้มากขึ้น
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็ได้ทำหนังสือไปยังบ้านของทนายความ แต่อีกฝ่ายไม่เคยมาไกล่เกลี่ยสักครั้ง รวมถึงพฤติกรรมของทนายความไม่สนใจกฎระเบียบหมู่บ้าน แต่เนื่องจากนิติบุคคลมีขอบเขตในการปฏิบัติหน้าที่จึงไม่สามารถทำเกินขอบเขตหน้าที่ได้

ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็น ไม้หน้าสามในมือนิติบุคคล จึงทราบว่าเป็นของ ป้าจา หนึ่งในสมาชิกหมู่บ้าน ที่สามีของเธอทำไว้ให้เพื่อป้องกันตัว แต่วันนี้ป้าจาไม่ได้มาด้วยเนื่องจากสามีไม่สบาย จึงส่งตัวแทนเป็นไม้หน้าสามมาแทน ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ลองจับไม้หน้าสามดังกล่าว พบว่ามีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ และเหลามาอย่างดีไร้เสี้ยน
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตอนนี้คู่กรณีรู้สึกผิดและอยากไกล่เกลี่ย ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะบ้านก็ไม่สามารถยกหนีไปได้ จึงต้องให้คนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย ส่วนเรื่องของการทำร้ายร่างกาย ก็ต้องดำเนินคดีไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งตนจะดำเนินการติดตามจากสถานีตำรวจภูธรบางศรีเมืองต่อไป และจะพาผู้เสียหายเดินทางไปยื่นเรื่องที่สภาทนายความตามความประสงค์ของผู้เสียหาย














