อัดแน่นเต็มรถ! ตำรวจสอบสวนกลาง สกัดจับกระบะซิ่ง ลอบขน 14 แรงงานเถื่อนเข้าไทย รวบคนขับชาวไทย สารภาพรับค่าจ้างหัวละ 800 บาท เตรียมนำไปส่งยังพื้นที่ จ.อุทัยธานี

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง , พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.๑ บก.ทล. ได้สั่งการให้

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.(นครสวรรค์) นำโดย พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., พ.ต.ต.นราวิชญ์ เดชคง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ศดิศ รัตนวงศ์, ว่าที่ ร.ต.อ.มนชิต อิ่มปราง รอง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ด.ต.นิรัญ สุขหน่อ, ด.ต.ธนวัฒน์ ศรีเพชร, จ.ส.ต.สุภาพ เพ็ชรนิล ส.ต.อ.นที สืบเทศ, ส.ต.อ.นารเมธ เข็มทอง, ส.ต.อ.โสรัฐ ภู่ระโหง, ส.ต.อ.เอกลักษณ์ ไชยโย ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(อยุธยา) โดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ. ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ รอง สว. ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. (ลพบุรี) โดย ว่าที่ พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ ลี้เกษร สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.พิษณุ ทัศญาณ รอง สว.สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหารวมจำนวน 15 ราย ดังนี้

1. นายเจอ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สัญชาติไทย ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ สีดำ ทะเบียน บพ 4XX ตาก ผู้ถูกจับที่ 1
2. ชื่อ นางสาว นา แง อายุ 34 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 2 ( ล่ามแปลภาษา )
3. ชื่อ นางสาว แช ลี อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 3
4. ชื่อ นางสาว นัง เอ่ง อายุ 26 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 4
5. ชื่อ นางสาว นัง เอ ตัง อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 5
6. ชื่อ นางสาว อง จี อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 6
7. ชื่อ นางสาว นัง มวย เลง อายุ 25 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 7
8. ชื่อ นาย ออง คำ อายุ 31 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 8
9. ชื่อ นาย คุณ ทุน หม่อง อายุ 26 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 9
10. ชื่อ นาย ปิ พิว อ่อง อายุ 21 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 10
11. ชื่อ นาย ไซ หม่อง ซง อายุ 24 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 11
12. ชื่อ นาย ฉุ่ย โม อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 12
13. ชื่อ นาย อุ้ย ทู อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 13
14. ชื่อ นาย อ่อง พิว มิน อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 14
15. ชื่อ นาย เว ตาล โจ อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 15

โดยกล่าวหาว่า ผู้ถูกจับที่ 1 “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วย ประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ผู้ถูกจับที่ 2 – 15 “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” สถานที่จับกุม ตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ในการกวดขันปราบปรามขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเร่งสืบสวนขยายผล ติดตามเส้นทาง และเฝ้าระวังพฤติกรรมของกลุ่มขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวอย่างต่อเนื่อง จากการบูรณาการกำลังของตำรวจทางหลวงในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางลำเลียงแรงงานต่างด้าว จนทราบว่าในช่วงกลางดึกของวันที่ 12 กันยายน 2569 จะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 3013 บริเวณหมู่ 6 ต.หนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี จึงได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์และเตรียมสกัดกั้นรถต้องสงสัยตามแผน

ต่อมา เวลาประมาณ 01.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะคันเป้าหมายขับเข้ามาด้วยความเร็วสูง โดยมีลักษณะบรรทุกน้ำหนักผิดปกติ จึงส่งสัญญาณไฟและเสียงเพื่อเรียกตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งความเร็วเพื่อพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงติดตามอย่างกระชั้นชิด พร้อมประเมินสถานการณ์และวางแผนสกัดรถโดยใช้อุปกรณ์ Stop Stick ตามหลักยุทธวิธี เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ ในที่สุดเจ้าหน้าที่สามารถสกัดและหยุดรถคันดังกล่าวไว้ได้ ก่อนแสดงตัวเข้าควบคุมผู้ขับขี่และตรวจสอบภายในรถ พบ นายเจอ ฯ อายุ 38 ปี สัญชาติไทย เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ ทะเบียน บพ 4XX ตาก และพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาซุกซ่อนและนั่งอัดแน่นอยู่บริเวณกระบะท้ายรถ จำนวน 14 ราย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ สภ.หนองฉาง จากการตรวจสอบพบว่าแรงงานต่างด้าวทั้ง 14 ราย ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

จากการสอบถาม นายเจอ ให้การเบื้องต้นว่า ได้รับว่าจ้างให้ขับรถลำเลียงแรงงานต่างด้าวกลุ่มดังกล่าว โดยได้รับค่าจ้างรายละ 800 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 12,000 บาท โดยรับตัวแรงงานจากบริเวณบ่อขยะในพื้นที่ อ.วังเจ้า จ.ตาก เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ จ.อุทัยธานี ขณะที่แรงงานต่างด้าวทั้ง 14 ราย ให้การผ่าน น.ส.นา แง ซึ่งทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษา ว่า พวกตนลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนมีผู้นำพาออกมาขึ้นรถเพื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตอนในสำหรับหางานทำ โดยเสียค่าใช้จ่ายประมาณรายละ 9,000–10,000 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายเจอ แซ่ย้าง ในความผิดฐาน รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ส่วนแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาทั้ง 14 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองฉาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเจอ แซ่ย้าง ให้การรับว่า ได้รับจ้างขับรถลำเลียงแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาทั้ง 14 ราย โดยได้รับค่าจ้างรายละ 800 บาท รวมประมาณ 12,000 บาท รับตัวแรงงานมาจากบริเวณบ่อขยะในพื้นที่ อ.วังเจ้า จ.ตาก เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ จ.อุทัยธานี ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 14 ราย ให้การผ่านล่ามว่า ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนมีผู้นำพามาขึ้นรถ เพื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตอนในสำหรับหางานทำ โดยเสียค่าใช้จ่ายประมาณรายละ 9,000–10,000 บาท