ปล่อยตัวชั่วคราว! ปปป. ให้ประกัน "2 เจ้าหน้าที่ DSI" คดีแอบอ้างช่วยโกงสอบท้องถิ่น วางเงินสดคนละ 2 แสน พร้อมเงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงหลักฐาน-ข่มขู่พยาน
ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม นายประวิทย์ หรือ นายกเฮง อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ในข้อหาเรียกรับผลประโยชน์โดยแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ ซึ่งต่อมาได้มีการขยายผลการสืบสวนจนพบความเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มีส่วนร่วมในการกระทําผิด
กระทั่งวันที่ 11 ก.ย. 69 เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 ราย คือ นายอิทธิพล อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ และ นายอนุรักษ์ อายุ 46 ปี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ผู้ต้องหาทั้งสองรายถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ในความผิดฐานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อเป็นการตอบแทนในการจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริต ผิดกฎหมาย หรืออาศัยอิทธิพลของตนให้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175
ทั้งนี้ รายงานข่าวจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ระบุว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้ยื่นขอรับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยวางเงินสดคนละ 200,000 บาท เนื่องจากต้นสังกัดหรือ ดีเอสไอ มีคําสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทําให้ไม่สามารถใช้ตําแหน่งในการยื่นขอประกันตัวได้
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้ความร่วมมือ โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและห้ามข่มขู่พยาน พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วจึงอนุญาตให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวได้ แต่หากพบมีพฤติการณ์ดังกล่าวพนักงานสอบสวนจะยื่นถอนการประกันตัวทันที
ส่วนทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้จากการกระทําความผิดได้ส่งให้ ปปง. ดําเนินการตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน แต่หากมีการยักย้ายถ่ายเทไปให้บุคคลอื่น ผู้ที่รับซื้อไปอาจเข้าข่ายกระทําความผิดฐาน “ฟอกเงิน” ได้
อย่างไรก็ตาม จากกระแสข่าวว่ามีตำรวจยศ “พ.ต.ท.” เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้จากการสืบสวนยังไม่พบว่ามีบุคคลดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่ในส่วนดีเอสไอ ยังไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่รายอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมในขณะนี้

















