ผัวช็อก! ติด GPS จับได้เมียแอบคบลูกจ้าง ลั่นรับไม่ได้ "เรียกพ่อแต่กินเมีย" แฉโดนฉกทอง 12 บาทหนี ด้านเมียโต้หนังคนละม้วน อ้างถูกบุกงัดห้องทำร้าย-แจ้งความกลับแล้ว
วันที่ 8 ก.ย. 2569 นายเสก อายุ 54 ปี ช่างทำสเตนเลส เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ อดีตเลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังจับพิรุธคนรักที่อยู่กินกันมานานกว่า 12 ปี ก่อนตัดสินใจติด GPS ตามความเคลื่อนไหว กระทั่งพบความจริงสุดเจ็บปวด
นายเสก เล่าว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่กินกัน เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของฝ่ายหญิง จนกระทั่งไปพบโทรศัพท์มือถือ และพบข้อความแชตพูดคุยกับชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตผู้ที่เคยมาสมัครงาน และต่อมาเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างของตน แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่า คือจากข้อความแชตที่พบ ทำให้รู้ว่าชายคนดังกล่าวเคยคบหาเป็นแฟนกับฝ่ายหญิงมาก่อน อีกทั้งยังมีหลักฐานการพูดคุยที่เชื่อว่า ฝ่ายหญิงนำเงินไปให้ชายคนดังกล่าวใช้จ่ายอยู่เป็นระยะ ด้วยความสงสัย นายเสกจึงเริ่มติด GPS ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว ก่อนพบว่าทั้งสองคนเดินทางไปยังบ้านเช่าแห่งหนึ่ง
กระทั่งวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 นายเสกตัดสินใจเดินทางไปตรวจสอบด้วยตัวเอง และอ้างว่าได้พบทั้งสองคนอยู่ภายในบ้านเช่า จนกลายเป็นภาพที่สร้างความเจ็บปวดอย่างหนัก นอกจากนี้ ยังอ้างว่าพบสิ่งของต้องสงสัยภายในกระเป๋าของฝ่ายชาย ซึ่งต่อมาได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
หลังเกิดเหตุ นายเสกระบุว่า ฝ่ายหญิงได้หลบหนีไปพร้อมกับชายคนดังกล่าว และยังพบว่าทองคำของตน น้ำหนักรวม 12 บาท ได้หายไปด้วย จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย
ขณะที่นายเสก ฝากข้อความไปถึงชายคนดังกล่าวว่า อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย และไม่อยากให้ไปทำกับใครอีก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการหยามศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ชายคนดังกล่าวยังทำงานเป็นลูกจ้างของตน และเคยเรียกตนเองว่า “พ่อ” นายเสก ระบุด้วยความเจ็บปวดว่า ชายคนดังกล่าวเรียกตนเองว่าพ่อ แต่กลับมามีความสัมพันธ์กับคนรักของตน จึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
นายกองตรี ดร.ธนกฤต เปิดเผยว่า กรณีนี้เริ่มต้นจากปัญหาความสัมพันธ์ภายในครอบครัว แต่มีประเด็นที่ผู้ร้องสงสัยว่า อาจนำไปสู่การกระทำความผิดทางอาญา โดยเฉพาะกรณีทรัพย์สินที่สูญหาย จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างละเอียด
สำหรับนายเสกกับฝ่ายหญิงนั้น ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน โดยประเด็นเรื่องทองคำ 12 บาท ที่ผู้ร้องระบุว่าเป็นทรัพย์สินของตน และหายไปพร้อมกับฝ่ายหญิงนั้น จะต้องให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ก่อนพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่
น.ส.เตย อดีตภรรยา นายเสก ลั่น ข้อมูลที่ให้วันนี้ ไม่ใช่ความจริง อ้างวันเกิดเหตุ ตนถูกนายเสกทำร้ายร่างกายด้วย วอนขอความเป็นธรรม ตอนนี้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว
ต่อมาทีมข่าวได้ติดต่อหา น.ส.เตย เพื่อสอบถามว่าคำกล่าวอ้างที่นายเสก มาร้อง ดร.ธนกฤต มีข้อไหนอยากโต้แย้งหรือไม่ โดย น.ส.เตย บอกกับทีมข่าวว่า คำกล่าวอ้างของนายเสก ไม่เป็นความจริง ซึ่งในวันเกิดเหตุนายเสกเดินทางมาที่ห้องพักของตนจริง พร้อมกับโทรเรียกพรรคพวกให้มาด้วย ซึ่งในวันดังกล่าวนายเสกได้บุกเข้ามาภายในห้องโดยการงัดลูกบิดประตู พร้อมกับมีการขนทรัพย์สินภายในห้อง ซึ่งในตอนนั้นตนออกไปตลาดจึงไม่ทราบเรื่องมากนัก น.ส.เตย ยังอ้างว่า ขณะที่ตนกลับมาที่ห้องนายเสกได้เข้ามาได้ทำร้ายร่างกายด้วย
ส่วนทองคำน้ำหนัก 12 บาท ยืนยันว่าเป็นของตน เพราะอีกฝ่ายซื้อให้เพียงแค่แหวนวงเดียว นอกจากนี้นายเสก ยังมาขอเงินจากแม่ของตน อยู่หลายครั้ง ครั้งละหลักแสนบาท ตนจึงอยากฝากถามนายเสกว่า ทำไมข้อมูลเหล่านี้ไม่พูดออกมา เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่ามีหลักฐานหรือไม่ในการยืนยันว่านายเสกมาขอเงินกับแม่จริง น.ส.เตย บอกว่า ตนไม่มีหลักฐาน เนื่องจากทุกครั้งที่แม่ให้เงินนายเสกไป จะให้เงินสดเพราะเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี อีกทั้งโทรศัพท์ของตนถูกนายเสกยึดไปหลักฐานทุกอย่างจึงอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนั้น
ส่วนสร้อยคอทองคำที่ปรากฏในภาพของชายคนสนิท น.ส.เตย ได้ให้ข้อมูลวกวน ไม่สามารถยืนยันได้ เนื่องจากช่วงแรกยืนยันว่าไม่ใช่ทองนายเสก แต่เมื่อถามอีกครั้ง น.ส.เตย ก็ให้ข้อมูลใหม่ว่าตนไม่ทราบ
สุดท้าย น.ส.เตย บอกกับผู้สื่อข่าวว่าตอนนี้ได้นำข้อมูลทั้งหมดไปแจ้งความกับทางตำรวจแล้ว จึงไม่อยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เนื่องจากกลัวว่าจะกระทบสำนวนคดี ซึ่งได้แจ้งข้อมูลในเรื่องทำร้ายร่างกาย บุกรุกในยามวิกาล และลักทรัพย์แล้ว














