อดีตข้าราชการสาธารณสุขวัย 65 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกหมดตัว ใช้มุกเดิม ขู่พัวพันคดีฟอกเงิน-ยาเสพติด ส่งหมายศาลปลอมผ่านไลน์ บังคับวิดีโอคอลทั้งวันทั้งคืน สูญเงิน 4.2 ล้าน ทองอีก 5 บาท
วันที่ 3 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับป้าแดง วัย 65 ปี ในพื้นที่อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตลอดชีวิตทำงานและเก็บเงินมาด้วยความยากลำบาก แต่กลับต้องสูญเงินเก็บทั้งหมดภายในเวลาไม่กี่วัน รวมกว่า 4.2 ล้านบาท และยังมีหนี้สหกรณ์อีกประมาณ 500,000 บาท โดยเป็นการไปกู้ให้มิจฉาชีพ แม้แต่สลากออมออมสินก็ยังให้ป้าแดงไปขายนำเงินมาให้มิจฉาชีพทั้งหมด โดยนำสมุดบัญชีจำนวน 5 เล่ม จาก 3 ธนาคารมาให้ผู้สื่อข่าวดู พบว่าเงินในบัญชี เหลือเพียงหลักพันบาท

ป้าแดง เล่าว่า เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ช่วงบ่ายๆ มีหมายเลขโทรศัพท์แปลกโทรเข้ามา อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น่าน และกล่าวหาว่า ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและยาเสพติด เมื่อถูกข่มขู่และเห็นหมายศาลที่มีตราครุฑ จึงเชื่อว่าเป็นเอกสารราชการจริง

จากนั้นคนร้ายให้เพิ่มเพื่อนใน LINE และส่งเอกสารต่างๆ รวมถึงหมายศาลปลอมมาให้ดู พร้อมกำชับห้ามนำเรื่องไปบอกใคร แม้แต่คนในครอบครัว โดยอ้างว่าหากข้อมูลรั่วไหลจะถูกดำเนินคดีและจำคุก 2–3 ปี ก่อนบังคับให้เปิดวิดีโอคอลทิ้งไว้ เพื่อเฝ้าดูความเคลื่อนไหวตลอดเวลา แม้แต่เข้าห้องน้ำก็ยังต้องวิดีโอคอล ด้วยความหวาดกลัว ผู้เสียหายจึงทำตามคำสั่งทุกอย่าง กระทั่งนำเงินสดออกมาจากธนาคารหลายแห่ง รวมถึงเงินกู้สหกรณ์และนำทองคำ 5 บาทมอบให้กลุ่มคนร้าย ก่อนที่คนร้ายจะส่งคนมารับทรัพย์สินถึงบ้านหลายครั้ง

วันนี้ ผู้เสียหายถึงกับร่ำไห้ บอกว่ารู้สึกเหมือน “ตายทั้งเป็น” เงินและทองที่ทำงานเก็บมาทั้งชีวิตกลับสูญหายไปภายในเวลาไม่กี่วัน เหลือเพียงหนี้สินและความบอบช้ำทางจิตใจ

เบื้องต้น ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เสนา แล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และติดตามตัวบุคคลที่มารับเงินและทรัพย์สิน เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านผู้เสียหายสามารถบันทึกภาพมิจฉาชีพ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงขายาวสีดำ สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้ามารับเงิน วันแรก 27 สิงหาคม ต่อมา วันที่ 31 สิงหาคม ใช้รถเก๋งสีดำ ยี่ห้อ Toyota รุ่น Innova มารับป้าแดงที่บ้านเพื่อไปกู้เงินสหกรณ์ในตัวเมือง และวันที่ 1 กันยายน ใช้รถเก๋ง Honda CR-V สีขาว เข้ามารับป้าแดง โดยพาไปขอใบรับรองบำเหน็จตกทอดเพื่อไปกู้ที่ สสจ. แห่งหนึ่ง แต่ทำเรื่องไม่ได้ มิจฉาชีพจึงนำตัวป้าแดงกลับมาส่งที่บ้าน จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย


ทั้งนี้ ผู้เสียหายระบุว่า กลุ่มคนร้ายมีการใช้รถยนต์สับเปลี่ยนกันทั้งหมดประมาณ 3 คัน คนร้ายมาไม่ซ้ำหน้าในการเดินทางมารับเงินและทรัพย์สิน แต่ขณะนี้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพรถได้ 2 คัน

















