แซน วิศาพัช ชื่นชมคอนเทนต์ "ละครเรื่องใหม่" บ้านพระอาทิตย์ ยันพวกตนไม่ได้รับผลกระทบ แค่ทัวร์ลงอีกรอบ เตือนแม่แตงโมอย่าให้เขาหลอกใช้จนต้องถูกดำเนินคดี

วันที่ 3 กันยายน 2569 ภายหลังจากเมื่อวานนี้ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมด้วยนางสาวอุษามณี ไวทยานนท์ หรือ “ขวัญ อุษามณี” ดารานักแสดงชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความและเข้าให้การในฐานะพยาน กรณีพบการนำภาพถ่ายบนเรือของ "ขวัญ" ซึ่งเป็นคนละลำกับแตงโม ถูกนำไปแอบอ้างใช้ประกอบในสำนวนคดี ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการนำหลักฐานเท็จเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ล่าสุดวันนี้ ทีมข่าวได้โทรศัพท์สอบถามกรณีดังกล่าวกับ แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้อยู่ในเรือกับแตงโม นิดา และเป็นเพื่อนกับกระติก เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า ทำเพื่ออะไร ซึ่งไม่มีผลกระทบอะไรเกี่ยวกับทางคดีเกิดขึ้นกับตนเองแล้ว แต่จะมีก็จะเพียงแค่รถทัวร์ที่มาลงตนเอง ซึ่งกลายเป็นละครอีกเรื่องในสังกัดค่ายบ้านพระอาทิตย์ ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าทัวร์ที่มาลงตนเองไปเชื่ออะไร ไปเชื่อได้อย่างไร ละครก็คือละครไม่ใช่เรื่องจริง เพราะหากทุกอย่างเป็นเรื่องจริง ทุกคนก็ต้องถูกรวบตึงไปหมดแล้ว และตนเองขอตอบแทนทุกคนบนเรือว่า ไม่มีใครกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้นกับเหตุการณ์นี้

โดยทางคดีทุกอย่างก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว ซึ่งก็รู้ว่าความจริงคืออะไร สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่นี้คือเป็นละครเรื่องหนึ่งที่ผลิตออกมา ซึ่งตนเองรู้สึกแปลกใจว่า เวลาผ่านมาแล้วกว่า 4 ปี แต่มีหลักฐานแบบนี้มาปรากฏ แต่ก็เชื่อว่าทุกอย่างที่มาจากค่ายนั้นอะไรก็ออกมาได้ และคิดอะไรใหม่ๆ ออกมาเพื่อให้เรื่องทุกอย่างมีคนติดตามอยู่เสมอ ตนเองยอมรับทีมครีเอทีฟของบ้านโน้นว่า สร้างสรรค์ออกมาตลอดเวลาเมื่อปีที่แล้ว ก็ยังมีละครออกมาหนึ่งเรื่อง ปีนี้ก็ออกมาอีกเรื่องหนึ่ง นักแสดงนำก็มีมาใหม่หมด

ตนเองยอมรับว่า มีความรู้สึกเป็นห่วงแม่ของแตงโม อย่าให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ หากถูกฟ้องคุณแม่ก็จะโดนด้วย เพราะคุณแม่เป็นผู้ที่ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีนี้ และกระติกก็ไม่ได้ความกังวลใจก็ยังขายส้มโอ มังคุด เป็นปกติ อยากให้ทุกคนไปอุดหนุนกัน และฝั่งตรงข้ามหากอยากทำอะไรก็ต้องปล่อยให้เขาทำ ไม่สามารถที่จะไปห้ามอะไรได้ แต่ตนเองยอมรับความเก่งของฝั่งตรงข้ามที่สามารถล่อสื่อออกมาเป็นจำนวนมากได้ ซึ่งตนเองเมื่อเห็นก็รู้สึกตกใจเหมือนกัน เพราะตนเองไม่คิดว่าจะมีใครสนใจเรื่องนี้แล้ว แต่คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นมาเลิศมากจริงๆ

ตนเองเชื่อว่า ฝ่ายตรงข้ามจะหาทางลงอย่างหนักหน่วงหรือไม่ เพราะทราบมาว่าดีเอสไอไม่รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ ถึงจะพยายามบิดความเป็นจริงเท่าไหร่แต่ดีเอสไอก็ไม่รับ จึงอยากขอให้ยอมรับความจริงว่า ดีเอสไอไม่รับ จึงต้องทำเรื่องใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อต้องการไม่ให้เรื่องเงียบ เพื่อให้ทุกคนเชื่อว่าที่ทำมาทั้งหมดไม่ได้สูญเปล่า แต่ที่ผ่านมา พวกตนเองก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไร ถ้าหากได้รับผลกระทบทุกคนก็ต้องถูกดำเนินการไปแล้ว เท่ากับที่ทำมาจนถึงทุกวันนี้ ทุกอย่างคือสูญเปล่า จะได้ก็เพียงแค่แสงและพื้นที่ของสื่อเท่านั้น หรือเป็นสิ่งที่ฝั่งตรงข้ามต้องการแค่ตรงนี้หรือไม่

โดยตนเองยอมรับว่า หากทุกอย่างไม่ได้เป็นความจริงอย่างที่ถูกกล่าวหาตามเรื่องที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ ตนเองก็จะไม่คิดที่จะฟ้องร้องหรือดำเนินคดีกับใคร แต่อยากให้ทุกอย่างจบ ซึ่งตนเองก็อยู่เฉยๆ แต่อยู่ดีก็เอาทัวร์มาลงด่าตนเองอีก อยากให้ทุกคนต่างคนกลับไปทำมาหากินจะดีกว่า