ปปป. รวบ "นวพร" สาว อบต. บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ โยง "นายกเฮง" เรียกเงินโกงสอบท้องถิ่น เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากกรณีผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษ นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย และนางนวพร เจ้าหน้าที่ อบต. แห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ หลังถูกเรียกเงิน 650,000 บาท อ้างเป็นค่าดำเนินการช่วยเหลือสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น แต่เมื่อผลสอบไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้าง และทวงเงินคืนกลับถูกบ่ายเบี่ยง จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ราย ในข้อหาเป็น คนกลางเรียกรับสินบน และเรียกรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานของรัฐ
วันนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้เข้าจับกุม ผู้ต้องหาที่ 1 (นายกเฮง) บริเวณคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.30 น. และผู้ต้องหาที่ 2 (นางนวพร) บริเวณถนนหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 12.50 น.

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากผู้กล่าวหา ซึ่งทำงานเป็นพนักงานจ้างตามภารกิจขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับนางนวพร ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลตองปิด ต่อมาในปี 2566 นางนวพร ได้ชักชวนผู้กล่าวหาให้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยกล่าวอ้างว่านายประวิทย์ หรือ “นายกเฮง” ผู้ต้องหาที่ 1 อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับโควตาและสามารถช่วยเหลือบุคคลให้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้หลายตำแหน่ง
ประมาณกลางปี 2566 ผู้กล่าวหาและนางนวพร ได้เดินทางไปยังบ้านของนายประวิทย์ เมื่อไปถึงพบนายประวิทย์ พร้อมบุคคลอื่นอีกหลายราย ผู้กล่าวหาจึงแจ้งความประสงค์จองตำแหน่งนักวิชาการศึกษา กลุ่มภาคกลาง เขต 2 โดยนายประวิทย์ และนางนวพร กล่าวรับรองว่าจะนำเงินไปมอบให้แก่คณะกรรมการจัดสอบ ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ผู้กล่าวหาหลงเชื่อจึงส่งมอบเงินสดจำนวน 100,000 บาท เพื่อจองตำแหน่ง และได้รับแจ้งว่าหากมีรายชื่อเป็นผู้สอบผ่านจะต้องชำระเงินส่วนที่เหลือให้ครบจำนวน 650,000 บาท
ต่อมา นางนวพร ได้เดินทางไปพบบิดาและมารดาของผู้กล่าวหาที่บ้าน และชักชวนให้ผู้กล่าวหาสมัครสอบบรรจุครู สพฐ. โดยกล่าวอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้แก่คณะกรรมการจัดสอบ บิดาของผู้กล่าวหาจึงนำที่ดินไปเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อจำนวน 270,000 บาท และเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ผู้กล่าวหาได้ฝากเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารของนางนวพร อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบปรากฏว่า ผู้กล่าวหาไม่ผ่านการคัดเลือก จึงได้ติดตามทวงถามเงินคืนเป็นระยะ
ต่อมา เมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดรับสมัครสอบ นางนวพร ได้ให้ผู้กล่าวหาสมัครสอบอีกครั้งในตำแหน่งนักวิชาการศึกษา กลุ่มภาคกลาง เขต 2 และให้ชำระเงินแก่นายประวิทย์ เพิ่มอีกจำนวน 280,000 บาท โดยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ผู้กล่าวหาพร้อมสามีได้เดินทางไปส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวที่บ้านของนายประวิทย์ โดยนายประวิทย์ และนางนวพร กล่าวอ้างว่าเงินจะถูกนำไปมอบให้แก่คณะกรรมการจัดสอบ และหากชำระเงินครบถ้วนก่อน ผู้กล่าวหาจะมีรายชื่ออยู่ในลำดับต้น
รวมผู้กล่าวหาส่งมอบเงินจำนวน 3 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 650,000 บาท ต่อมาเมื่อประกาศผลสอบปรากฏว่าผู้กล่าวหาไม่ผ่านการคัดเลือก และเมื่อติดตามทวงถามเงินคืนก็ถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ผู้กล่าวหาจึงเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายประวิทย์ และนางนวพร ตามกฎหมาย
จากการสอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

















