"ธนกฤต" พาเหยื่อ "เสี่ยล้งทุเรียน" อนาจารลูกจ้าง ร้องกระทรวงยุติธรรม พบห้วง 1 ปี มีเหยื่อกว่า 20 ราย มีเยาวชนและเด็กต่ำกว่า 15 ปีด้วย แถมบางรายถูกข่มขู่ถึงขั้นเอาชีวิต

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากกรณีที่มีผู้เสียหายหลายรายเดินทางเข้าร้องนายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ โดยอ้างว่าถูกเจ้าของล้งทุเรียนรายใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออก ล่อลวง คุกคาม และล่วงละเมิดทางเพศลูกจ้างหญิงหลายรายโดยมีผู้เสียหายที่รวมตัวกันในกลุ่มไลน์แล้วกว่า 20 ราย วันนี้ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ได้นำตัวแทนผู้เสียหายเดินทางเข้าประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อเร่งรัดคดีและบูรณาการช่วยเหลือ โดยเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวตนรับไม่ได้ เพราะเกิดขึ้นกับเยาวชนและมีเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปีโดนกระทำด้วย ซึ่งผู้เสียหายทั้งหมดเข้าไปสมัครทำงานช่วงสั้นๆ โดยระยะเวลาการก่อเหตุอยู่ในห้วง 1 ปี แต่มีผู้เสียหายในกลุ่มแล้วกว่า 20 ราย ผู้เสียหายบางรายถูกข่มขู่ และหนักสุดถึงขั้นขู่ฆ่า ซึ่งภายหลังจากก่อเหตุก็จะไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหาย โดยให้ภรรยาจ่ายเงินชดใช้รายละประมาณ 30,000 - 40,000 บาทเพื่อให้ยอมความ

นางสาวซี (นามสมมติ) ผู้เสียหายอายุ 19 ปี ชาวจังหวัดนราธิวาส เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตนได้โพสต์หางานตำแหน่งเสมียนในเฟซบุ๊ก และได้รับการติดต่อจากเจ้าของล้งทุเรียน (ชายอายุประมาณ 30 กว่าปี) ให้มาทำงานด้วย ตนจึงเดินทางไปทำงานเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา แต่ผ่านไปไม่ถึงวัน ในเช้าวันที่ 17 ส.ค. 69 ผู้ก่อเหตุได้ออกอุบายพาไปแผงทุเรียนอีกแผง แต่ปรากฏว่าพาเลี้ยวเข้ารีสอร์ต โดยอ้างว่าจะเข้าไปเก็บเสื้อผ้า จากนั้นได้ยื่นกุญแจให้ตนลงไปเปิดห้อง เมื่อเข้าไป ผู้ก่อเหตุถอดเสื้อผ้าเหลือเพียงผ้าขนหนูผืนเดียว พยายามรบเร้าให้ช่วยนวด แม้ตนจะปฏิเสธโดยยกเรื่องข้อห้ามทางศาสนา แต่ผู้ก่อเหตุยังคงยื้อเวลา แล้วเปลี่ยนชุดเป็นกางเกงบ็อกเซอร์ ถอดกางเกง และเช็ดอวัยวะเพศ และทำพฤติกรรมอนาจารสำเร็จความใคร่ต่อหน้า

นางสาวซี ยังเล่าอีกว่า ตนได้ทักหารุ่นพี่ที่แผงทุเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยไม่ได้บอกว่าอยู่กับใคร บอกเพียงแค่ว่าตนอยู่ข้างนอก เพราะกลัวว่าตนจะเสียหาย แต่รุ่นพี่ได้สอบถามกลับมาว่าเขาทำอะไรตนหรือยัง ทำให้ตนงุนงง และรุ่นพี่ได้เตือนว่า ถ้าเจ้าของล้งทำอะไรตนให้อัดคลิปและถ่ายรูป เก็บทุกอย่างให้เป็นหลักฐานด้วย ตนจึงตอบตกลง จากนั้นจึงรีบหาทางออกจากห้อง กลับมาที่แผง และเดินทางกลับบ้านทันที ทั้งนี้ตนตัดสินใจนำเรื่องมาโพสต์เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้กับใครอีก

ด้านนางสาวเอ (นามสมมติ) ตัวแทนผู้เสียหายอีกราย ซึ่งเดินทางมาร่วมร้องเรียนในครั้งนี้ ถูกพฤติกรรมข่มขู่และคุกคามในลักษณะเดียวกันจากการหลอกหลวงไปทำงานระยะสั้น 2-3 วันเช่นกัน ซึ่งเจ้าของล้งทุเรียนรายดังกล่าว ได้ข่มขู่เอาชีวิต หากนำเรื่องราวไปเปิดเผยหรือโพสต์ให้คนอื่นรู้

ต่อมา นางจิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ระบุว่า ทางกรมฯ ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่เข้าดูแลเรื่องการเยียวยาตามกฎหมาย ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 40,000 บาท ค่าฟื้นฟูไม่เกิน 50,000 บาท รวมถึงค่าขาดประโยชน์จากการทำงานและค่าตอบแทนความเสียหายอื่น นอกจากนี้ จะมีการประเมินความปลอดภัยเพื่อนำผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมข่มขู่คุกคาม โดยผู้เสียหายสามารถแจ้งเรื่องที่กระทรวงยุติธรรมได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทางกลับไปที่ จ.ชุมพร

ด้านพันตำรวจตรี สิริวิชญ์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวว่า จากการตรวจสอบพฤติการณ์เบื้องต้น พบว่า มีผู้เสียหายหลายราย เกิดเหตุในหลายท้องที่ และมีลักษณะการกระทำเป็นขบวนการที่แฝงตัวมาในรูปแบบการรับสมัครงาน ซึ่งอาจเข้าข่ายภัยการค้ามนุษย์ ทาง DSI จะเข้ามาร่วมทำงานกับตำรวจท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาใช้อำนาจรับเป็นคดีพิเศษและดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจังต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายกองตรี ดร.ธนกฤต บอกว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาที่ไม่สามารถยอมความได้ และการรับเงินไม่ทำให้คดีสิ้นสุด จึงต้องนำหน่วยงานกลางเข้ามาบูรณาการเพื่อความรวดเร็วและเป็นธรรม พร้อมฝากเตือนผู้ปกครองและเยาวชนให้ตรวจสอบข้อมูลนายจ้างให้ถี่ถ้วนก่อนเดินทางไปทำงานต่างพื้นที่ และไม่ควรเดินทางไปเพียงลำพัง