เกมแล้ว! สปป.ลาว รวบ 2 โจรชาวลาวชิงทอง 13 ล้าน โลตัสเชียงของ จ.เชียงราย เร่งขยายผลตามหาของกลาง ลุ้นส่งตัวดำเนินคดีฝั่งไทย

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายชาย 2 คน ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างโลตัส สาขาเชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ล่าสุดทางการ สปป.ลาว สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุได้แล้วทั้ง 2 ราย หลังหลบหนีข้ามแม่น้ำโขงไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569 คนร้ายชาย 2 คน ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. บุกเข้าชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาโลตัสเชียงของ ก่อนกวาดเอาสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือทองคำไปเป็นจำนวนมาก น้ำหนักรวมประมาณ 184 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท แล้วพากันหลบหนีออกจากห้าง

หลังเกิดเหตุ คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ สีดำ เป็นพาหนะหลบหนีไปทางบ้านโจ้โก้ ต.เวียง อ.เชียงของ ก่อนนำรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณริมแม่น้ำโขง ใกล้ลานปลาบึกสีทอง แล้วอาศัยเรือยนต์ข้ามแม่น้ำโขงไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว

จากการตรวจสอบพบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถที่คนร้ายเช่ามาจากร้านเช่ารถบริเวณท่าเรือบั๊ค อ.เชียงของ แต่ทางร้านไม่ได้เก็บเอกสารประจำตัวของผู้เช่าไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งประสานข้อมูลและติดตามเส้นทางหลบหนีอย่างต่อเนื่องต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเชียงของ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจ สภ.เชียงของ ได้ประสานความร่วมมือกับทางการเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อแกะรอยติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

กระทั่งล่าสุดวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการ สปป.ลาว สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ทั้ง 2 รายในพื้นที่เมืองห้วยทราย

โดยผู้ต้องสงสัยรายแรกคือ นายสมชาย อายุ 32 ปี เชื้อชาติลาว สัญชาติลาว เผ่าม้ง อยู่บ้านขอนแก้ว เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ส่วนรายที่สองคือ นายอ้าย อายุ 31 ปี เชื้อชาติลาว สัญชาติลาว เผ่าลาว มีอาชีพขับเรือ อยู่บ้านใหม่ห้วยทรายเหนือ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและฝ่ายลาวอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือในการสืบสวนสอบสวนและขยายผล โดยเฉพาะการติดตามทองรูปพรรณของกลางที่ถูกชิงไปทั้งหมด 184 บาท มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย และมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ทางการ สปป.ลาว จะดำเนินการตามกฎหมายของลาว หรือจะมีการประสานส่งตัวผู้ต้องสงสัยมาดำเนินคดีในประเทศไทยอย่างไร โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและประสานข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด