สลด! น้ำป่าซัดน่านดับ 1 ราย เป็นผู้ป่วยติดเตียงหนีไม่พ้น ขณะที่ ศูนย์บัญชาการฯ เร่งรับมือ หลังปัวกระทบ 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน
จากสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน คือ นายสินชัย อายุไม่ระบุ หมู่ 8 ตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงอาศัยอยู่กับมารดาเพียง 2 คน
โดยในขณะเกิดเหตุฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถช่วยเหลือนายสินชัยออกจากบ้านได้ทัน เป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งให้การช่วยเหลือและดูแลครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด

ศูนย์บัญชาการฯ เร่งรับมือ หลังปัวกระทบ 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน
จังหวัดน่านได้ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มจังหวัดน่าน
เฉพาะอำเภอปัวได้รับผลกระทบแล้ว 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน ประชาชนประมาณ 8000 ครัวเรือน หรือกว่า 16000 คน ขณะที่อำเภอท่าวังผา สันติสุข และแม่จริม ก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำหลากเช่นกัน

ด้านการจราจร พบว่าทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงก่อนถึงสะพานบ้านร้อง รวมถึงทางหลวงหมายเลข 1371 และ 1081 มีน้ำท่วมผิวทางและสะพานได้รับความเสียหายหลายจุด ขณะที่เส้นทางปัว–เชียงกลางไม่สามารถสัญจรได้ ส่วนเส้นทางปัว–ดอยภูคา–บ่อเกลือ ขอให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1081 แทน และประชาชนควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูงหรือมีกระแสน้ำเชี่ยว
ระดมกำลังช่วยผู้ประสบภัย ตั้งศูนย์พักพิง 7 แห่ง
จังหวัดน่านเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่วิกฤต โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิง 7 แห่งในพื้นที่อำเภอปัว และระดมอุปกรณ์กู้ภัย ทั้งเรือยาง เรือท้องแบน เสื้อชูชีพ และเจ็ตสกี รวมถึงกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยกองพันทหารม้าที่ 10 ส่งกำลังพล 50 นายสนับสนุนภารกิจ

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเตรียมเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำสแตนด์บายในพื้นที่และสนับสนุนถุงยังชีพ ด้านสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยส่งนักกีฬาเจ็ตสกีจิตอาสา พร้อมเรือเจ็ตสกี 10 ลำ จากกรุงเทพฯ เข้าสนับสนุนภารกิจกู้ภัยในจังหวัดน่าน

จังหวัดน่านยังคงติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง

















