รองผบ.ตร. เผย ผบ.ตร.สั่ง ตรวจสอบเชิงลึกสาเหตุยิงในโรงเรียน เพื่อวางแผนป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ หลังพบเด็กให้ความสนใจเรื่องความรุนแรงจากสังคมออนไลน์ พร้อม ขานรับ ข้อสั่งการ นายกฯคุมอาวุธปืนทั้งระบบ สั่งกวาดล้างปืนเถื่อน ปืนผิดมือ พกปืนผิดกฎหมาย ยกระดับยุทธศาสตร์ตัดวงจรความรุนแรงตั้งแต่นโยบายความรุนแรงในครอบครัว โรงเรียน และปิดกั้นช่องทางการขายผ่านสื่อออนไลน์ ระบุ ผบ.ตร. สั่งเข้ม กวาดล้างนักการเมืองที่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองต้องบังคับใช้กฎหมาย ไม่มีละเว้น

วันที่ 13 ส.ค. 2569 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนนนทบุรี ว่า หลังจากเกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียน ผบ.ตร.ได้สั่งการงานสืบสวน การระดมกวาดล้าง และงานป้องกันและปราบปราม ในการตั้งจัดตรวจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ซึ่งตอนนี้ตำรวจกำลังศึกษาข้อมูลว่า เหตุผลจริงๆว่าทำไมเด็กถึงมาก่อเหตุ ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของเด็ก พบว่าเด็ก ให้ความสนใจเรื่องของการกราดยิง และให้ความสนใจเรื่องการฆ่าตัวตายว่า สมองใช้เวลานานเท่าไรในความรู้สึกต่างๆ และให้ความสนใจเรื่องการถูกจำคุกในประเทศไทยแล้วเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ให้ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปช่วยดูการวิเคราะห์ในเชิงลึกว่า เหตุผลจริงๆ เพราะอะไรถึงมาก่อเหตุ เว็บไซต์ในยูทูบที่เกี่ยวข้องว่า พวกยูทูบที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงมีอะไรบ้างเพื่อดูภาพรวมให้ครบทุกมิติ แล้วนำมาวางแผนป้องกันไม่ให้เหตุแบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งการสืบสวนขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลทางคดี

ส่วนงานป้องกันและปราบปราม จะมีการสั่งต่อเนื่อง นอกจากการตั้งด่านเกี่ยวกับเรื่องปืนเถื่อน ปืนไม่มีทะเบียนในการพกพา โดยไม่มีใบอนุญาต เราต้องให้ความสำคัญจุดเริ่มต้นจากความรุนแรงในครอบครัว ชุมชน และในโรงเรียน ต้องกลับไปเรื่องทั่วไปที่จุดเริ่มต้น ทั้งนี้เดิมเคยกำชับการปฏิบัติว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัวจะต้องมีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องโดยไม่มีการประนีประนอม เพราะหากมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดปัญหาจะลดลง มากกว่าการเจรจา และเชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายจะทำให้เกิดการแก้ปัญหาที่ดีกว่า ทั้งนี้รวมถึง การใช้ความรุนแรงในโรงเรียนและชุมชน โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกมิติ

ส่วนเรื่องของคนคลุ้มคลั่ง เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องหามาตรการว่าทำอย่างไรให้ไม่มีผู้ป่วยจิตเวชกลุ่มสีแดงเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมโดยไม่มีการควบคุม ทั้งการให้ยา การมารักษาบำบัดในชุมชนจะต้องช่วยกันดูแลอย่างไร เพราะคนคลุ้มคลั่งที่มาก่อเหตุ ตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต สั่งให้ดำเนินคดีทุกข้อหาทั้งการทำให้เสียทรัพย์ และลักทรัพย์ต่างๆ รวมถึงเรื่องการซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิงก็ทำเป็นประจำอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้ก็บังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว ส่วนหลังจากนี้ถ้ามีเหตุแล้วมีอาวุธปืนจะวิสามัญฯ ได้เลยหรือไม่นั้น คงต้องเป็นไปตามกฎหมายที่จะป้องกันบุคคลที่3หรือหากเจ้าหน้าที่จะได้รับอันตราย แต่การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดคือ การดำเนินคดี

ทั้งนี้หากผู้ก่อเหตุไปกราดยิงมา ตำรวจมีอำนาจใช้อาวุธเพื่อลดสถานการณ์ความรุนแรงให้ลดลง จากมาตรการเบาไปหาหนักตามยุทธวิธีตำรวจ แต่เป้าหมายคือการลดความรุนแรง และในเหตุกราดยิงถ้าคนร้ายจะใช้อาวุธปืนยิงคนอื่น เจ้าหน้าที่สามารถตอบโต้ได้ในสถานการณ์นั้นเพื่อให้สถานการณ์ยุติลง

ส่วนการใช้อาวุธปืนก่อความรุนแรง พล.ต.อ.ธัชชัย บอกว่า มีหลายมิติมาก หากดูตั้งแต่ ม.ค.69- 13ส.ค. คดีที่จับอาวุธปืนได้มาจากยาเสพติด ทั้งผู้เสพและผู้ค้ามักจะครอบครอง พกพาอาวุธปืน ดังนั้นจะต้องให้ความเข้มข้นในเรื่องนี้เพื่อให้ปัญหาอาวุธปืนลดลงไปด้วย ทั้งนี้ด้วยกฎหมายและอำนาจหน้าที่ในปัจจุบันควรเริ่มต้นจาก ครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดด้วย

ส่วนความรุนแรงในโรงเรียนที่มีทั้งการบูลลี่และปัญหากับครูอาจารย์นั้น พล.ต.อ.ธัชชัย บอกว่า เรามีตำรวจชุมชน เพื่อนให้มีพื้นที่ของการเชื่อมโยงตำรวจกับโรงเรียน เพื่อให้เข้าถึงปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของการบลูลี่ หากพบเห็นจะต้องเฝ้าระวังและการพูดคุยกับทางโรงเรียน โดยจะต้องทำงานร่วมกับโรงเรียนอย่างใกล้ชิด

ส่วนการตั้งด่านยังไม่ได้ยกเลิก และไม่ได้สั่งให้มีการลดด่านเพราะด่านยังมีความจำเป็นในการสุ่มตรวจ ตรวจค้น ดังนั้น ผบ.ตร.ได้กำชับเรื่องการตรวจอย่างเข้มงวด จึงอยากเตือนประชาชนว่า การพกพาอาวุธปืนสุ่มเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีหากตรวจพบ เพราะการตั้งจุดตรวจยังเป็นสิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเข้าไปดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน

ส่วนการเพิ่มโทษ พล.ต.อ.ธัชชัย มองว่า หากมีการเพิ่มโทษของกรณีปืนผิดมือ หรือปืนที่ไม่ใช่ของเราแล้วเอาไป หากมีการเพิ่มโทษส่วนนี้ได้เชื่อว่า ก็จะทำให้คนเกรงกลัวมากขึ้น และที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการมาแล้ว กรณีหากตรวจพบคนที่ก้าวร้าว เมาอาละวาด ก็จะฝ่ายปกครองให้เพิกถอนใบอนุญาตในการครอบครองอาวุธปืนใหญ่

ส่วนการคุมอาวุธปืนโลกออนไลน์ พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า สิ่งสำคัญคือตัวของผู้ให้บริการ ซึ่งแอปในโลกออนไลน์ต้องให้ความร่วมมือไม่ให้สิ่งเทียมเข้ามาขายและเข้าถึงได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องระดมกวาดล้างทางโลกออนไลน์เพื่อเข้าไปล่อซื้อและปิดกั้นสื่อโซเชียลต่างๆ โดย นำระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยตรวจ และให้ทางตำรวจไซเบอร์มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมา ไม่ได้ทำที่ปลายทางอย่างเดียวแต่ไปแก้ที่ต้นทางเพื่อไม่ให้สิ่งเทียมอาวุธมีขายในออนไลน์ “และการห้ามไม่ให้เกิดแต่แรก ต้องบังคับใช้กฎหมาย”

สำหรับประเด็นกรณีนักการเมืองที่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองเป็นจำนวนมากจะมีการกวาดล้างอย่างไรนั้น พล.ต.อ. ธัชชัย บอกว่า “ผบ.ตร.ได้สั่งการมาแล้ว ก็จะต้องมีการระดมกวาดล้าง ดำเนินคดีไม่มีการละเว้น และต้องบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินคดีอย่างเดียว”

เมื่อถามถึงกรณีที่ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว ในการคุมอาวุธปืนทั้งระบบ ทั้งระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ ไม่ให้ออกมาอนุญาต/และ การออกกฎหมายนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขานรับมาตรการอย่างไรนั้น พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีปัญหา และต้องมาดูแนวทางปฏิบัติอีกทีว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะต้องไปสั่งตำรวจทั่วประเทศให้มองมุมมองเดียวกัน โดยหลังจากนี้ในการลงรายละเอียดของข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีด้วย