โล่ง! ไม่พบศพเพิ่ม ผบช.ภ.2 นำทีมสแกนพื้นที่ปม "ไอ้ป๋อง" ชี้จุดคลาดเคลื่อน เร่งปิดทุกข้อสงสัยคดีฆ่า 5 ศพ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.ห้วยใหญ่ รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา นำรถขุดขนาดเล็ก เครื่องสแกนใต้ดิน และกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยภายในสวนมะพร้าว ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ติดถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์)

การเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากคดีสะเทือนขวัญที่นายฑณา หรือ “ป๋อง” ผู้ต้องหาคดีฆ่า 5 ศพ เคยพาเจ้าหน้าที่มาชี้จุดระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากหลุมฝังร่างสองพี่น้องชาวรัสเซียประมาณ 300-400 เมตร และเป็นบริเวณใกล้จุดฝังศพครอบครัวพ่อแม่ลูก 3 ศพ

อย่างไรก็ตาม ในวันทำแผนเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมเดินวน ลังเล และชี้ตำแหน่งคลาดเคลื่อน ทำให้ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด จึงตัดสินใจนำเทคโนโลยีเครื่องสแกนใต้ดินจากบริษัท ซัมมิท เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เข้าตรวจสอบพื้นที่ซ้ำอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการฝังศพหรือซ่อนพยานหลักฐานเพิ่มเติม

จากการสแกน เจ้าหน้าที่กำหนดจุดต้องสงสัยทั้งหมด 4 จุด ก่อนใช้รถขุดเปิดหน้าดินตรวจสอบทีละจุด

จุดที่ 1 เครื่องสแกนตรวจพบสัญญาณผิดปกติ ขุดลึกประมาณ 1.5 เมตร ปากหลุมกว้าง 3.5 เมตร แต่พบเพียงก้อนหินธรรมชาติ

จุดที่ 2 เครื่องสแกนแสดงลักษณะคล้ายโพรงใต้ดิน ขุดลึกประมาณ 2 เมตร ปากหลุมกว้าง 2.5 เมตร สุดท้ายพบเพียงชั้นหิน

จุดที่ 3 ขุดลึกประมาณ 2 เมตร ไม่พบสิ่งผิดปกติ

จุดที่ 4 ขุดลึกประมาณ 2 เมตร เช่นกัน ไม่พบศพหรือวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด

พล.ต.ท.ฉัตรชัย เปิดเผยว่า การตรวจสอบครั้งนี้ถือเป็นการปิดข้อสงสัยในจุดที่ผู้ต้องหาเคยชี้ไว้ เนื่องจากตำรวจต้องการตรวจสอบทุกเบาะแสอย่างรอบคอบ แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพแล้วก็ตาม เพื่อให้พยานหลักฐานมีความสมบูรณ์ที่สุด และสร้างความเชื่อมั่นแก่ญาติผู้เสียชีวิตรวมถึงสังคมว่า จะไม่มีผู้เสียหายรายอื่นถูกฝังอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

ผลการตรวจสอบล่าสุด ไม่พบศพเพิ่มเติม หรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี นับเป็นผลดีที่ช่วยคลายความกังวลของประชาชน หลังมีกระแสข่าวและข้อสงสัยว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจมีเหยื่อรายอื่นถูกฝังอำพรางไว้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะยังคงรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีต่อไป เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างครบถ้วนและรัดกุมที่สุด