กรมวิชาการเกษตร ปั้น "สีผงจากพืชธรรมชาติ" อัญชัน-แครอท-ใบเตย ทางเลือกปลอดภัยแทนสีสังเคราะห์
กรมวิชาการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการทำงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การกำกับดูแลของนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรไทย ล่าสุดกองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร ได้เผยผลสำเร็จของงานวิจัย “การสร้างมูลค่าสีธรรมชาติจากพืชสู่สีผงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร” ซึ่งช่วยแก้ปัญหาความไม่คงตัวของสีจากพืชสด และตอบโจทย์สำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มมองหาอาหารที่ปราศจากสีสังเคราะห์มากขึ้น เนื่องจากให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย ทำให้ตลาดสีจากธรรมชาติเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีพืชหลายชนิดที่ให้สีสวยตามธรรมชาติ เช่น สีม่วงจากดอกอัญชัน สีส้มจากแครอท และสีเขียวจากใบเตย แต่ข้อจำกัดสำคัญคือสีจากพืชสดมักเก็บรักษาได้ไม่นาน ไม่สะดวกต่อการนำไปใช้ในระดับอุตสาหกรรม

นางสาวจารุวรรณ์ รัตนสกุลธรรม นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปในปัจจุบันจำเป็นต้องมีการเติมแต่งสีผสมอาหาร แต่สีที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นสีสังเคราะห์ ซึ่งหากบริโภคในปริมาณมากหรือบ่อยครั้งอาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ สีจากธรรมชาติซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่าจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการนำมาทดแทนสีสังเคราะห์ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านความคงตัว ทีมวิจัยจึงมีแนวคิดพัฒนาสีจากธรรมชาติให้อยู่ในรูปแบบผง เพื่อความสะดวกในการใช้งานและเก็บรักษาได้นานขึ้น


งานวิจัยนี้ศึกษาพืช 3 ชนิด ได้แก่ ดอกอัญชัน แครอท และใบเตย โดยพัฒนากระบวนการสกัดและแปรรูปจนได้เป็นสีผง 3 สี คือ สีชมพูจากดอกอัญชัน มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย สีส้มจากแครอท มีกลิ่นแครอทตามธรรมชาติ และสีเขียวจากใบเตย หอมกลิ่นใบเตยเป็นเอกลักษณ์ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบคุณภาพด้านจุลินทรีย์และสารปนเปื้อนของสีผงทั้ง 3 ชนิด พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามข้อกำหนดสำหรับสารสกัดให้สีจากพืช


นางสาวจารุวรรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สารสำคัญที่ได้จากวัตถุดิบทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ แอนโทไซยานิน แคโรทีนอยด์ และคลอโรฟิลล์ ล้วนเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สำคัญ นอกเหนือจากการให้สีสันแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย
กองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลผลิตเกษตร ได้สนับสนุนนโยบายกรมวิชาการเกษตร ในการช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร สำหรับอุตสาหกรรมอาหารไทย การใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง


จากพืชธรรมดาในครัวไทย สู่สีผงคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของกรมวิชาการเกษตรที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตรไทยได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร กองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร โทร 02-940-5468 หรือช่องทางเพจ Facebook: กวป. กรมวิชาการเกษตร pprdd - doa














