"ฟิล์ม" มากับทนายประมาณ พบดีเอสไอตามหมายเรียกคดีซื้อขาย Forex ยันไม่กังวล ไม่ได้เป็นโบรกเกอร์
วันที่ 3 ส.ค. 2569 เมื่อเวลา 10.35 น. ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 โถงดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามหมายเรียกเพื่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน และเปิดโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา กรณีพบข้อมูลความเกี่ยวข้องทางธุรกรรมกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด ซึ่งถูกระบุว่าเป็นกลุ่มโบรกเกอร์ในเครือข่าย และยังพบรายการรับโอนเงินจากนายภูริทัต จำนวน 6,000,100 บาท เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 67 โดยมียอดรวมมูลค่าธุรกรรมสะสม 142,919,860.13 บาท
นอกจากนี้ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ยังมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงในกลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ บริษัท HF Markets (SV) Ltd ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน เนื่องด้วยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักมีการจดทะเบียนในต่างประเทศในลักษณะ Offshore (กลุ่มประเทศนอกชายฝั่ง) โดยนอกเหนือจากในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ก็ยังมีการจดทะเบียนในหมู่เกาะมาเฮ สาธารณรัฐเซเชลส์ สหราชอาณาจักร เกาะเคย์แมน โดโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศไทย ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ลงทุนอาจประสบปัญหาในการใช้สิทธิตามกฎหมายและการติดตามทรัพย์สินคืนได้ ทำให้นักแสดงชายถูกจัดอยู่ในกลุ่มของโบรกเกอร์รับเทรด เป็นเหตุให้คณะพนักงานสอบสวน ได้ตั้งประเด็นไว้เตรียมสอบถามว่า เส้นทางการเงินดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด และมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HF Markets (SV) Ltd อย่างไรบ้าง

นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความ เปิดเผยก่อนพานายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่า วันนี้ตนพาลูกความมาพบพนักงานสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งก็จะต้องชี้แจงเท่าที่พนักงานสอบสวนสอบถาม โดยเฉพาะทุกประเด็นที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมมาทั้งหมดแล้วบอกว่าเกี่ยวข้องกับเรา เราก็จะตอบหมด ส่วนถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเอกสารบางอย่างนั้น เราก็จะมานำส่งให้ภายหลัง นอกจากนี้ กรณีที่เป็นข้อพิพาทด้านข่าวต่าง ๆ มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับนายรัฐภูมิ เช่น บริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ต่าง ๆ ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร มันก็ไม่เกี่ยวกับกระบวนการที่เป็นข่าวอยู่ในตอนนี้เลย ซึ่งพนักงานสอบสวนเขาก็คงมีหลักฐานเรื่องเส้นทางการเงินที่มาจากบริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ ที่โอนเข้าผู้ถูกกล่าวหารายอื่น ๆ และเงินก็ถูกโอนออก ดังนั้น การที่บอกว่ามีการกระทำการฉ้อโกงนั้น ก็ต้องดูว่าจำนวนเงินนั้น ๆ มันถึงไปผู้ใด ซึ่งเชื่อว่าพนักงานสอบสวนสามารถติดตามได้อยู่แล้ว และมันก็ไม่เกี่ยวกับนายรัฐภูมิจริง ๆ
ทนายประมาณ เผยด้วยว่า เรื่องที่มีกระแสข่าวว่า นายรัฐภูมิ รับโอนเงินจากนายภูริทัต จำนวน 142 ล้านบาทนั้น คนพูดอาจไม่ได้กุ แต่ไม่รู้ใครกุข่าวขึ้นมา แล้วเอาตัวเลขจากไหนมาผูกมาพันกันหมดแบบนี้กลายเป็น 142 ล้านบาท เพราะตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ ซึ่งจะรู้ก็ต่อเมื่อฟังในสิ่งที่พนักงานสอบสวนกล่าวหามาก่อนว่ามีตัวเลขอะไรบ้าง
ทนายประมาณ เผยอีกว่า การแจ้งข้อหาก็ตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งไว้เลย แจ้งแบบรวม ๆ สารพัดข้อกล่าวหาตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ เช่น ฉ้อโกง, พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ เป็นต้น ทั้งนี้ ตนมองด้วยว่าพื้นฐานการจะออกหมายจับใครนั้น ก็ต้องมีมูลว่า ผู้ต้องหาจงใจหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ ซึ่งตามหลักการทั่วไป ต้องออกหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ครั้ง หาก 2 ครั้งยังไม่มา ก็คือการจงใจขัดหมายเรียก มีพฤติการณ์จะหลบหนี แบบนี้ถึงจะขอศาลออกหมายจับได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้เราขอดูข้อกล่าวหาและหลักฐานก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมา ก็ตามแค่กับข่าวที่ออกมา ยืนยันว่าชี้แจงได้หมด เพราะเราก็ตรวจสอบแล้วว่าในช่วงเวลานั้น ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราเลย

ด้าน นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม กล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่บอกว่า ตนเกี่ยวข้องกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น จริง ๆ ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย แต่คงอาจมีเส้นทางการเงินที่อาจจะมาเกี่ยวโยงกับตัวบริษัทที่ตนเป็นกรรมการอยู่ แต่ย้ำว่าตนไม่ใช่โบรกเกอร์ ไม่เคยชักชวนใครลงทุน และไม่เคยเกี่ยวข้องกับทุกชื่อที่เป็นข่าว ซึ่งก็ทำให้อาจมีการเข้าใจผิดได้ เพราะจริง ๆ แล้วตนเป็นเพียงผู้ทำระบบการบริการเท่านั้น โดยหากย้อนดูตามข่าวจะเห็นว่ามันมีกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ที่มาติดต่อในส่วนของบริษัทตน เพื่อเชื่อมต่อ ติดต่อ หรือเรื่อง Know-how ความรู้ต่าง ๆ อย่างไรก็ดี ตนยังไม่ทราบว่า พนักงานสอบสวนมองในประเด็นใด หรือเจาะจงไปที่บริษัทไหนของตน เพราะตนเป็นกรรมการในหลายบริษัทที่รับทำระบบเรื่องนี้ ทั้งนี้ วันนี้ตนมีเอกสารสำหรับประกอบการชี้แจงครบถ้วน อาทิ เอกสารรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) ตั้งแต่ปี 2566-2569 เป็นต้น เพื่อที่พนักงานสอบสวนจะได้ดูเลยว่าเรามียอดเงินรับโอน-จ่ายออกกับบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด จริงหรือไม่ เพราะตนชี้แจงได้หมดว่าเงินเหล่านั้นโอนไปที่ไหน เพราะอะไร ส่วนเหตุใดบริษัทโบรกเกอร์ถึงเลือกติดต่อทำกับบริษัทตนเองนั้น ก็เพราะว่าทุกคนรู้ดีว่าบริษัทของตนทำเกี่ยวกับเรื่องซอฟท์แวร์อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติที่เขาอยากติดต่อมาทำเรื่องเชื่อมต่อ หรือ MetaCode เป็นต้น และทั้งนี้ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเก่าอย่าง Forex-3D ซึ่งก็คงมีการเข้าใจผิดในเรื่องของการสื่อสารข่าว
นายรัฐภูมิ เผยอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวอ้างว่า ตนเองมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยง รับโอนจากนายภูริทัต (พี่ชาย) จำนวน 142 ล้านบาทนั้น ตนยืนยันว่ามันเป็นข่าวมั่วแน่นอน และไม่มีอยู่จริง เพราะตนอ่านก็ยังงงว่าทำไมตัวเองได้รับเงินขนาดนั้น ส่วนที่มองว่าเป็นข่าวกุหรือข่าวลอย ก็เพราะว่าตัวเลขมันไม่จริง
นายรัฐภูมิ เผยต่อว่า สำหรับความเกี่ยวข้องกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด นั้น ตนยืนยันว่าทั้ง 2 บริษัท ไม่ใช่บริษัทของตนเอง ส่วนเหตุผลว่าทำไมดีเอสไอเปิดเผยผังการสืบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเอง ก็จะขอขึ้นไปฟังข้อมูลจากพนักงานสอบสวนก่อน และตนก็ไม่เกี่ยงข้องกับบริษัท QRS Global หรือ น.ส.มัลลิกา (ผู้บริหารบริษัท QRS) เช่นเดียวกัน ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกับโค้ชเจมส์อีกด้วย จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงมีชื่อของตนเองในสำนวนของดีเอสไอ อย่างไรก็ตาม ในการขอความเป็นธรรม ตนมองว่าทุกหน่วยงานก็ให้ความยุติธรรมกับประชาชนอยู่แล้ว ตนก็มั่นใจว่าหน่วยงานจะให้ความเป็นธรรมตนเองด้วย และตนก็ผ่านมาแทบทุกกระบวนการซึ่งก็ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากรับฟังก่อนว่ามีอะไรบ้าง
นายรัฐภูมิ เผยด้วยว่า ส่วนชื่อบริษัทต่าง ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าว ตนไม่เคยรู้จักมาก่อน และวันนี้ตอนนี้ตนยังไม่กังวลอะไร แค่อยากขอขึ้นไปฟังพนักงานสอบสวนก่อน ส่วนเรื่องการยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น เพราะก่อนหน้านี้ ได้มีผู้ถูกกล่าวหาที่มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับและถูกฝากขังศาล ตนมองว่าไม่น่าถึงขนาดนั้น เพราะหน่วยงานน่าจะให้ความเป็นธรรม
ขณะที่ ในส่วนของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 31 ก.ค.69 ที่ผ่านมา นายภาวุธ ได้มอบอำนาจให้ทีมงาน คือ นายอภิเชษฐ ถาบุตร เข้ายื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 จากเดิมวันที่ 31 ก.ค. 69 ไปเป็นวันที่ 3 ส.ค. 69 แทนโดยให้เหตุผลว่ายังไม่เห็นหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 ดังกล่าว และตนเองติดประชุมกรรมาธิการ จึงประสงค์ขอเลื่อน ซึ่งพนักงานสอบสวนก็รับทราบให้เลื่อน โดยนัดหมายเตรียมเข้าพบในเวลา 14.00 น. วันนี้














