กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักปลายเดือน ก.ค. ย้ำบริหารจัดการน้ำเต็มศักยภาพ ลดผลกระทบประชาชน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อรองรับปริมาณน้ำจากฝน ลดความเสี่ยงจากอุทกภัย และสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด
จากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center : SWOC) กรมชลประทาน ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 42,547 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 34,119 ล้าน ลบ.ม. แม้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามปริมาณฝนที่ตกในหลายพื้นที่ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำต้นทุนโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำกว่า จึงยังคงต้องติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างในช่วงที่เหลือของฤดูฝน
สำหรับสถานการณ์ฝน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 26 ก.ค. 69 ประเทศไทยมีปริมาณฝนสะสมเฉลี่ย 668.3 มิลลิเมตร (มม.) ต่ำกว่าค่าปกติ 75.8 มม. หรือประมาณ ร้อยละ 10 โดยหลายภูมิภาคยังมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ได้แก่ ภาคกลาง ต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 19 ภาคตะวันออกร้อยละ 18 ภาคใต้ฝั่งตะวันออกร้อยละ 31 ขณะที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีปริมาณฝนสูงกว่าค่าปกติร้อยละ 14 สะท้อนว่าภาพรวมของประเทศยังมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แม้ฝนจะเริ่มกระจายตัวมากขึ้นในหลายพื้นที่

ด้านการคาดการณ์สภาพอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ในช่วงวันที่ 27 - 30 ก.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และพื้นที่ชุมชนที่มีปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝน กรมชลประทานได้ระดมเครื่องจักรเครื่องมือเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงวันที่ 20 - 26 ก.ค. 69 ได้เข้าช่วยเหลือพื้นที่ 33 จังหวัด ใช้เครื่องจักรกลรวม 181 หน่วย ประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำ 171 เครื่อง สูบน้ำรวมกว่า 49,193 ลบ.ม. และเครื่องจักรอื่น ๆ อีก 10 หน่วย สำหรับผลการช่วยเหลือสะสมตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. - 26 ก.ค. 69 กรมชลประทานได้เข้าช่วยเหลือแล้ว 42 จังหวัด ใช้เครื่องจักรรวม 403 หน่วย ประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำ 323 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 1 คัน เครื่องผลักดันน้ำ 4 เครื่อง และเครื่องจักรอื่น ๆ 75 หน่วย เพื่อเร่งระบายน้ำ บรรเทาความเดือดร้อน และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์ฝน ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และสภาพน้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการใช้น้ำในทุกภาคส่วน ควบคู่กับการลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝน และสร้างความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ

ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ https://www2.rid.go.th/th/main














