เศร้าทั้งดอยสกาด! ครอบครัวร่ำไห้ส่ง "ยายเงา" หยื่อรอทวงสิทธิ์บัตรคนจน หลังเหมารถลงจากดอยไปธนาคาร ก่อนเป็นลมหมดสติและเสียชีวิตที่ รพ. ญาติวอนรัฐบาลคืนสิทธิ์ผู้เดือดร้อน อย่าให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ
บรรยากาศที่บ้านของ นางเงา รกไพร อายุ 65 ปี บ้านสกาดกลาง ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งเสียชีวิตหลังเดินทางลงจากดอยสกาดเพื่อไปยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้ารับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาปัว เมื่อวานที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของลูกหลาน ญาติพี่น้อง และชาวบ้านที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังยายเงาเดินทางมารอต่อคิวตั้งแต่ช่วงบ่าย ก่อนเกิดอาการเป็นลม เจ้าหน้าที่และทีมกู้ชีพพยายามช่วยเหลือและปั๊มหัวใจหลายครั้ง ก่อนเสียชีวิตในเวลาประมาณ 04.30 น. ของวันนี้ สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
นางสาวอำไพร รกไพร น้องสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ และมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะในการลงทะเบียนครั้งก่อน ยายเงาได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้กลับต้องเดินทางลงจากดอยเพื่อมายืนยันตัวตนอีกครั้ง ทำให้เกิดความยุ่งยาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล จึงอยากให้รัฐบาลเห็นใจประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร และทบทวนขั้นตอนการดำเนินการให้เข้าถึงประชาชนมากกว่านี้
ด้าน นางสาวชุติกาญจน์ เพื่อนบ้านของยายเงา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ยังมีชาวบ้านอีกหลายรายที่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่กลับถูกตัดสิทธิ์ในรอบล่าสุด บางคนเพียงเพราะมีหนี้กับ ธ.ก.ส. ทั้งที่เงินกู้ดังกล่าวนำไปสร้างบ้าน ทำการเกษตร และส่งลูกเรียนหนังสือ ขณะที่บางรายถูกตัดสิทธิ์เพราะมีชื่อครอบครองรถหลายคัน ทั้งที่เป็นรถเก่าสภาพทรุดโทรมจนแทบใช้งานไม่ได้
ชาวบ้านยังสะท้อนว่า คนบนดอยสกาดส่วนใหญ่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางเข้าอำเภอหรือเข้าเมืองต้องเช่าเหมารถ มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 200-1000 บาทต่อครั้ง แต่ทุกคนก็ยอมเสียค่าใช้จ่าย เพราะต้องการรักษาสิทธิ์สวัสดิการเดือนละ 300 บาทที่มีความหมายต่อการดำรงชีวิต
ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่กำลังรอความชัดเจนเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยหวังว่ารัฐบาลจะเร่งพิจารณาคืนสิทธิ์ให้กับผู้มีคุณสมบัติ และปรับปรุงระบบให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียอันน่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก
จากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิต เล่าเหตุการณ์ว่า ปกติคุณยายเงาเป็นคนแข็งแรงและใช้ชีวิตอยู่บ้านตามปกติ แต่เนื่องจากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปสแกนใบหน้าที่ธนาคารเพื่อยืนยันตัวตนในการรับสิทธิ์สวัสดิการรัฐประจำปี ทั้งที่เคยได้รับสิทธิ์ดังกล่าวอยู่แล้วในรอบก่อนหน้า จึงตัดสินใจเดินทางไปพร้อมกับกลุ่มชาวบ้านในหมู่บ้านตั้งแต่ช่วงเช้า เวลาประมาณ 07.00 น.
ต่อมา ทางญาติได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายว่า คุณยายเกิดอาการเป็นลมหมดสติบริเวณหน้า ธนาคาร ธ.ก.ส. จึงรีบเดินทางไปติดตามอาการที่โรงพยาบาล ก่อนจะพบว่าคุณยายได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา แม้จะอยู่ในการดูแลของแพทย์แล้วก็ตาม ญาติเผยความรู้สึกด้วยน้ำเสียงสลดว่า การสูญเสียครั้งนี้เปรียบเสมือนการสูญเสียบุคคลสำคัญของครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ
ญาติและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันสะท้อนถึงอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิ์ของรัฐบาลว่า ระบบการยืนยันตัวตนในปัจจุบันสร้างภาระอย่างหนักให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพาหนะส่วนตัว เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะรองรับ จำเป็นต้องเหมารถเดินทางเข้าตัวอำเภอ โดยหากรวมกลุ่มกันไปหลายคน จะต้องหารค่าเหมาพาหนะตกคนละ 200 บาท แต่หากต้องเดินทางไปคนเดียว ค่าเหมาพาหนะอาจสูงถึง 700–800 บาท ซึ่งไม่คุ้มค่าสิทธิ์ที่ได้รับ เมื่อเปรียบเทียบกับวงเงินช่วยเหลือที่ได้รับเพียงเดือนละ 300 บาท จากเงินสวัสดิการดังกล่าว กระทั่งไม่เพียงพอจ่ายค่าเดินทาง และชาวบ้านต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเอง เพื่อไปยืนยันสิทธิ
ทั้งนี้ ชาวบ้านวอนไปยังภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการยืนยันตัวตนและการลงทะเบียนสวัสดิการต่างๆ ให้มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการที่ไม่สะดวกเดินทาง "อยากฝากถึงภาครัฐให้ทำให้ง่ายขึ้น ไม่ต้องทำให้ลำบากจนต้องมาสูญเสียชีวิตกันแบบนี้ ในหมู่บ้านยังมีผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงอีกมาก อยากให้รัฐบาลอำนวยความสะดวก เข้ามาดูแลถึงพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอยอีก" ญาติผู้เสียชีวิตกล่าวทิ้งท้าย














