คืบหน้า แม่คาใจกับการดูแลเด็กของโรงเรียนเอกชนชื่อดังย่านลำลูกกา ลูกหมดสติเข้าไอซียู หมอแจ้งอาจกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ด้านผู้บริหารโรงเรียนแจ้งวันเกิดเหตุมีครูอยู่กับเด็กตลอดเวลา แต่ระบบกล้องวงจรปิดเสียมา 3 ปีแล้ว ไม่มีงบประมาณซ่อมแซมเพราะใช้วงเงินหลักแสนบาท
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 21 ก.ค.69 กรณีที่มีแม่ของเด็กนักเรียนชั้น ป.4 ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้ออกมาโพสต์เล่าเหตุการณ์ที่ลูกชายหมดสติ ในห้องพยาบาลของโรงเรียน โดยลูกได้แจ้งครูระหว่างเข้าแถวว่าปวดคอ ปวดท้อง และปวดหัว ทางโรงเรียนจึงโทรแจ้งผู้ปกครองให้มารับกลับบ้าน โดยคุณแม่รายนี้ ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที แต่เมื่อไปถึงโรงเรียนแห่งนี้ กลับพบว่าลูกหมดสติ ตัวเขียว และไม่ตอบสนอง ก่อนจะถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช โดยแพทย์ระบุว่า เด็กคนนี้มีภาวะขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ทำให้หัวใจหยุดเต้นราว 10 นาที ส่งผลให้สมองเสียหายรุนแรง ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ซึ่งคุณแม่ได้ตั้งคำถาม ว่าระหว่างที่รอผู้ปกครองมาถึง เกิดอะไรขึ้นกับเด็ก และตอนนี้แพทย์ต้องการภาพจากกล้องวงจรปิดในโรงเรียน เพื่อประกอบการวินิจฉัย แต่ทางครอบครัวของเด็กยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ต่อมาทางด้านนางณัฏฐวีภรณ์ พิพยวาศรี ศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานีได้เข้ามาที่โรงเรียนเอกชนดังกล่าว ที่ย่านอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าตนเองได้พูดคุยกับทางผู้บริหารโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ จึงทราบว่า วันที่เกิดเหตุ มีคุณครูที่อยู่เคียงข้างดูแลนักเรียนรายนี้ตลอด ไม่ได้ปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียว และทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการติดต่อไปยังหลายโรงพยาบาล เพื่อรับตัวนักเรียนรายนี้ไปรักษา จนผู้ปกครองนักเรียนรายนี้มาถึง ส่วนประเด็นที่ผู้ปกครองเด็กคนนี้สงสัย ว่าทำไมทางโรงเรียนถึงไม่ยอมเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิด เรื่องนี้ทางโรงเรียนชี้แจงว่า ระบบของกล้องวงจรปิดในโรงเรียนเสียหายมา 3 ปีแล้ว และทางโรงเรียนยังไม่มีงบประมาณซ่อมแซม ซึ่งใช้วงเงินหลักแสนบาท อย่างไรก็ตามศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานี บอกว่า แต่ละโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน มีข้อกำหนดว่าจะต้องมีห้องพยาบาล และมีครูที่อยู่ประจำห้อง เพื่อให้การดูแลนักเรียนที่เจ็บป่วยเบื้องต้น ทั้งนี้ทางหน่วยงานขอเวลาอีกซักระยะหนึ่ง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และได้ลงพื้นมาตรวจข้อมูลจากทางโรงเรียนแห่งนี้ ก่อนจะนำข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อพิจารณา และจะมีการชี้แจงออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง

















