กลุ่มคนโซเชียลชาวบ้านโป่งเดือด แชร์ประสบการณ์รักษากับ รพ.เอกชนที่เป็นข่าว หลังเกิดเหตุสุดสะเทือนใจกับสามีครูทราย บางรายพ่อโดนหมอด่า "ประสาทแดก"
จากเหตุสุดสะเทือนใจ หลัง “ครูทราย” ออกมา เรียกร้องความเป็นธรรมให้สามี หลังเสียชีวิตกะทันหันด้วยอาการ หลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น หลังเข้าตรวจรักษา ที่โรงพยาบาลซานคามิลโล อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ตามสิทธิประกันสังคม กระทั่งล่าสุดทางโรงพยาบาลได้ออกแถลงการณ์ว่าขณะนี้ได้ดำเนินการให้แพทย์ที่ทำการรักษาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของโรงพยาบาลแล้ว
ล่าสุดวันนี้ 20 ก.ค. 69 ทีมข่าวออนไลน์ช่อง8 เดินทางมาที่โรงพยาบาล พบว่ายังมีประชาชนเข้ามาใช้บริการตามปกติ โดยในช่วงบ่ายวันนี้สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี จะเดินทางเข้ามาตรวจตรวจสอบมาตรฐานการรักษาของทางโรงพยาบาล
นอกจากนี้ทีมข่าวยังพบว่าในกลุ่มโซเชียลมีเดียของชาวบ้านโป่งจังหวัดราชบุรีใช้ชื่อกลุ่มว่า “ข่าวสารคนบ้านโป่งทุกกรณี“ ต่างมาใช้ประสบการณ์การเข้าใช้บริการในโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยผู้ใช้ Facebook บางรายระบุไว้บอกว่า “วันพุธที่ 15 ก.ค. 69 ไปหาหมอเพราะปวดท้องและปวดบ่อยแต่ได้แค่ยาลดกรดกลับบ้านมาตลอด
จุดประสงค์หลักเราอยาก ส่องกล้องเลยอาจจะพูดอาการดูเยอะไปนิดแต่จริงๆก็ไม่เยอะเลยเพราะเคยเป็นตามที่บอกอาการไปแต่หมอบอกว่า "น่าจะเป็นโรคประสาทแดกมากกว่า วิตกกังวลไปเอง" เราบอกอยากส่องกล้อง เขาบอกว่า “ยังอายุน้อยอยู่เลยไม่ต้องส่องหรอกมีสิทธิ์ประกันสังคมอยากจะใช้สิทธิ์ล่ะสิ" พูดแนวแบบเหน็บแนมนิดๆ ป้าเราที่มา ด้วยเริ่มไม่โอเคกับคำพูดเขาแต่ตอบโต้แบบดีๆนะป้าฉันบอกว่า "ไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยค่ะ แค่คนในบ้านเคยเป็นมะเร็งกระเพาะแล้วอายุยังน้อยตรวจเจอก็สายไปแล้วเลยกังวลกัน ทั้งบ้าน" (ถึงจะไม่ใช่คนในสายเลือดแต่เรากลัวและคนรอบ ตัวก็กังวลมากจึงอยากให้มาส่องกล้องให้จบๆไปเพราะเข้ารพ.บ่อยปวดท้องบ่อย) เขาพูดจนทำให้เราเริ่มรู้สึกไม่ดี
“คุณปวดท้องยังไงปวดแบบนี้ๆๆ ก็คืออาหารเป็นพิษปวดแบบนี้ๆๆ ก็คือโรคกระเพาะคุณเลือกเอาว่าคุณจะปวดแบบไหนจะได้สั่งยาให้ตามอาการ" พูดคุยกันนานมากๆ สรุปบอกเราอาหารเป็นพิษ แล้วพอออกมาจากห้อง พยาบาลที่ยืนฟัง ด้วยในห้องก็พาเราไปซักประวัติใหม่เลยแอบถามไปว่าหมอเฉพาะทางรึเปล่าคะ เมื่อสักครู่พยาบาลบอกเป็นหมอทั่วไปค่ะ พอซักประวัติใหม่เสร็จพยาบาลพาไปเจอหมออีกคนเฉพาะทางหมอบอกเป็นโรคกระเพาะรอติดตามดูอาการ มีนัดอีกทีวัน ที่ 29 ก.ค.นี้
"วันที่ 16 มั้งเลื่อนไถ TikTok เจอคลิปคุณทราย (ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ารพ.เดียวกัน หมอก็อาจจะคนเดียวกัน) เราก็หยุดดูฟังนางเล่ามันหดหู่มากละพอนางพูดว่าประสาทแดกแบบเห้ยเราเพิ่งโดนหมอด่ามาเหมือนกันเลย..เลยไปคอมเมนต์ว่าโดนมาเหมือนกันเลยค่ะ (ตอนนั้นข่าวยังไม่ดังยังไม่ออกเลย) พอ ตื่นมาอีกวันแฟนเอาข่าวให้ดูเราช็อกมากคุณทรายนี่นาเอ้า รพ.เดียวกันเลยอ่ะ!!! ปล.ตาคนที่พูดไม่ดีหน้าดูมีอายุเยอะหน้าแป้นๆ"






นอกจากนี้ทีมข่าวยังได้ข้อมูลจากนายพีระพงศ์ ผู้ที่เคยมารักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ หลังจากพบว่านายพีระพงศ์ ก็เป็นหนึ่งในผู้เข้ามาแชร์ประสบการณ์ โดยนายพีระพงศ์ ได้ให้ข้อมูลผ่านแชตกับผู้สื่อข่าวว่า “ตนไปโรงพยาบาลคามิโลตอนตี2 ด้วยอาการปวดท้อง แน่นท้อง มีไข้ ไปถึงโรงพยาบาล ก็ยื่นบัตรใช้ประกันชีวิต สักพักก็พาตนไปห้องฉุกเฉิน นอนรอหมอสักพัก ก็มีหมอมาหมอใส่ชุดสีเขียวมากดท้อง แล้วถามว่าเจ็บไหม กดหลายจุดเพื่อเช็กอาการ ตนไม่มีอาการเจ็บ หมอเลยส่งตนไปเอกซเรย์ แล้วกลับมานอนรอหมอ หมอดูฟิล์มเอกซเรย์แล้วบอกในท้องไม่มีแก๊ส แต่น่าจะมีอุจจาระอุดตันในลำไส้ทำให้ท้องผูกแน่นท้อง แล้วฉีดยาลดแก๊สให้ตน แล้วให้นอนพักก่อนให้ไปรับยา แต่ยาที่ได้คือยาถ่าย ยาสวน และยา Miracid (มิราซิด) เมื่อเสร็จตนก็กลับไปบ้าน แต่พอตอนเช้าผมมีอาการท้องเสียและมีไข้ แน่นท้องเหมือนเดิม รู้สึกเพลียๆ เลยหยุดงานนอนพักแล้วตอนเย็นไปคลินิก หมอที่คลินิกได้ทำการตรวจแล้วแจ้งตนว่าเป็นลำไส้อักเสบ แล้วก็ให้ยาทานปรากฏว่าอีกวันอาการผมก็ดีขึ้น และอาการปวดท้อง แน่นท้องค่อยๆ หายไปจนหายสนิท”




ทั้งนี้ทีมข่าวยังพบว่าภายในกลุ่ม Facebook ดังกล่าวยังมีผู้แชร์ประสบการณ์การรักษาอีกมาก และสะท้อนไปถึงพฤติกรรมของบุคลากรในโรงพยาบาล แต่ยังมีผู้ใช้ Facebook บางรายได้แสดงความคิดเห็นว่า “ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการกระทำส่วนบุคคล ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ให้กำลังใจแพทย์และพยาบาลรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ของทางโรงพยาบาล ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ รวมถึงไม่อยากให้ด้อยค่าบุคลากรคนอื่น”
อย่างไรก็ตามในส่วนของสำนักงานประกันสังคม ได้ร่วมกันประชุมและหาแนวทางการดำเนินการเรื่องการใช้สิทธิประกันสังคมในโรงพยาบาลซานคามิลโล และการเยียวยากับผู้เสียหาย โดยทำการประชุมในวันนี้ และวันที่ 23 ก.ค. 69 ส่วนจะมีการเดินทางมาตรวจสอบโรงพยาบาลเมื่อไหร่นั้นต้องรอรับการรายงานอีกครั้ง














