กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าเทคโนโลยีชีววิธี "ไรตัวห้ำ" คุมไรศัตรูพืช กุหลาบ-สตรอเบอรี ลดสารเคมี ลดต้นทุน ตามนโยบาย "สุริยะ" หนุนเกษตรกรไทยสู้ศัตรูพืชอย่างยั่งยืน

กรมวิชาการเกษตร เดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตและลดการพึ่งพาสารเคมี ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เร่งขับเคลื่อนการทำงานเชิงรุกของหน่วยงานในสังกัด เพื่อดูแลเกษตรกรอย่างเต็มกำลัง

กลุ่มงานวิจัยไรและแมงมุม กองวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช ระบุว่า หนึ่งในเทคโนโลยีที่กรมวิชาการเกษตรผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง คือ การใช้ “ไรตัวห้ำ” ควบคุมไรศัตรูพืชในกุหลาบและสตรอเบอรี โดยไรตัวห้ำชนิดที่ใช้ควบคุมได้ผลดีในประเทศไทยคือ Neoseiulus longispinosus หรือที่รู้จักกันในชื่อไรตัวห้ำ มีขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร กินไรศัตรูพืชเป็นอาหาร ไม่ทำลายพืชผล



สำหรับไรศัตรูพืชกลุ่มหลักที่พบระบาดในกุหลาบมี 2 ชนิด คือ ไรแมงมุมคันซาวา และไรสองจุด ซึ่งดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ทำให้ใบด่างซีด แห้ง และร่วง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพและผลผลิต

ด้านกระบวนการเพาะเลี้ยง “ไรตัวห้ำ” เจ้าหน้าที่จะเพาะเลี้ยงไรแดงหม่อนบนต้นถั่วไว้เป็นเหยื่อ ก่อนปล่อย“ไรตัวห้ำ” ลงเลี้ยงร่วมด้วยตามลำดับอายุ เมื่อ“ไรตัวห้ำ” เพิ่มปริมาณมากพอ จึงนำไปใช้งานในแปลงปลูกจริง



ในแปลงกุหลาบ แนะนำอัตราปล่อยไรตัวห้ำต่อไรแมงมุมศัตรูพืชที่ 1 ต่อ 3-4 ตัวต่อต้น ทุก 2 สัปดาห์ ส่วนแปลงสตรอเบอรี แนะนำปล่อยไรตัวห้ำเมื่อพบไรศัตรูพืชระบาด 1-2 ตัวต่อใบ ในอัตราประมาณ 5,300-13,300 ตัวต่อพื้นที่ 1 ไร่

ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องใช้สารเคมีควบคู่กัน ควรเลือกชนิดที่ไม่เป็นพิษหรือมีพิษต่ำต่อไรตัวห้ำ เพื่อไม่ให้กระทบประสิทธิภาพการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี



เกษตรกรที่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่กลุ่มงานวิจัยไรและแมงมุม กองวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร โทร025794128 ต่อ 176