Seed One Stop Service พลังขับเคลื่อนเมล็ดพันธุ์ไทยสู่ตลาดโลก กรมวิชาการเกษตรยกระดับบริการครบวงจร หนุนไทยสู่ศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์แห่งเอเชีย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย "เกษตรมูลค่าสูง เกษตรแข่งขันได้ และการเพิ่มศักยภาพสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก" ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร การส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทยในตลาดโลก

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร ขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่ "เกษตรมูลค่าสูง เกษตรแข่งขันได้" ผ่านการพัฒนา Seed One Stop Service หรือศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จด้านเมล็ดพันธุ์ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชขอนแก่น มุ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการด้านเมล็ดพันธุ์แบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสอบคุณภาพ การตรวจโรค การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงการออกเอกสารรับรองมาตรฐาน ช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพสูงที่ส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก สร้างรายได้เข้าประเทศปีละหลายพันล้านบาท

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่สำคัญ ด้วยศักยภาพของพื้นที่ ความเชี่ยวชาญของเกษตรกร และการลงทุนของบริษัทเมล็ดพันธุ์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยที่ผ่านมา ผู้ประกอบการส่งออกเมล็ดพันธุ์ต้องติดต่อหลายหน่วยงาน ทั้งการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ การตรวจโรค การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ และการขอเอกสารรับรอง ส่งผลให้เสียทั้งเวลาและต้นทุน กรมวิชาการเกษตรจึงพัฒนา Seed One Stop Service เพื่อรวบรวมทุกขั้นตอนการให้บริการไว้ในจุดเดียว ช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการดำเนินงานของผู้ประกอบการ

นายสิทธิพงศ์ ศรีสว่างวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชขอนแก่น กล่าวว่า หัวใจสำคัญของ Seed One Stop Service คือ ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ที่สามารถตรวจสอบความงอก ความแข็งแรง การปนเปื้อนของเมล็ดวัชพืช และเชื้อสาเหตุโรคพืชได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธสินค้าจากต่างประเทศ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการยกระดับมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการ รองรับการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ได้หลากหลายชนิด และสร้างความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น

การให้บริการ Seed One Stop Service แบบครบวงจร ตั้งแต่การสุ่มตัวอย่างเมล็ดพันธุ์จากแหล่งผลิต การตรวจสอบความงอก ความบริสุทธิ์ ความชื้น การตรวจโรคที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ ตลอดจนการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย โดยนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานสากล เมื่อผ่านการตรวจสอบ ผู้ประกอบการจะได้รับเอกสารรับรองคุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศคู่ค้าและสนับสนุนการส่งออกเมล็ดพันธุ์ไทยสู่ตลาดโลก

นอกจากการตรวจสอบและรับรองคุณภาพเมล็ดพันธุ์แล้ว ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชขอนแก่น ยังเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเมล็ดพันธุ์ อาทิ เทคโนโลยีการเคลือบเมล็ดพันธุ์ที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ลดการใช้สารเคมี และเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก การพัฒนาต้นพันธุ์คุณภาพสูงด้วยเทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ รวมถึงการพัฒนาเมล็ดพันธุ์สำหรับระบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งล้วนเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทยและตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน

กรมวิชาการเกษตรมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์พืชแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยอาศัยความเข้มแข็งด้านงานวิจัย บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ระบบมาตรฐาน และการให้บริการแบบครบวงจร เชื่อมโยงตั้งแต่งานวิจัย การผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการค้าและการส่งออก จากเมล็ดพันธุ์เมล็ดเล็ก ๆ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ Seed One Stop Service จึงไม่ใช่เพียงศูนย์บริการ แต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก สร้างความมั่นคงทางอาหาร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดรับกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการพัฒนาภาคการเกษตรไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้เกษตรกรไทยในระยะยาว