ตำรวจตราดไล่ล่าผู้ต้องสงสัยข้ามจังหวัดกว่า 100 กม. จนจับได้ที่จันทบุรี ค้นรถพบวัตถุคล้ายทองคำจำนวนมาก เร่งตรวจสอบที่มา
ตำรวจจังหวัดตราดเปิดปฏิบัติการไล่ล่าผู้ต้องสงสัยจากคดีทำให้เสียทรัพย์ ขับรถหลบหนีข้ามจังหวัดเป็นระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ก่อนประสานตำรวจจันทบุรีร่วมสกัดจับได้ในพื้นที่อำเภอนายายอาม เมื่อเปิดตรวจค้นรถ เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง หลังพบวัตถุคล้ายทองคำทั้งแบบแท่งและทองรูปพรรณจำนวนมาก จนต้องบันทึกภาพและตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมอายัดไว้ตรวจสอบแหล่งที่มา

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดจันทบุรี ได้รับการประสานจากสายตรวจ สภ.เมืองตราด ให้ช่วยสกัดรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถกระบะสีเทา ซึ่งผู้ขับขี่เป็นชาย 1 ราย ก่อเหตุทำให้เสียทรัพย์ในพื้นที่อำเภอเมืองตราด แล้วขับรถหลบหนีมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดจันทบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตราดไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด
กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ตำรวจ สภ.ทุ่งเบญจา ร่วมกับ สภ.นายายอาม สามารถสกัดจับรถคันดังกล่าวไว้ได้บริเวณถนนสุขุมวิท ก่อนถึงตู้ยามทางหลวงช้างข้าม ตำบลช้างข้าม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
จากการตรวจสอบผู้ขับขี่ ทราบชื่อคือ นายพงศ์เทพ หรือแบงค์ มีภูมิลำเนาอยู่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

ภายหลังควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในรถอย่างละเอียด ถึงกับตกใจเมื่อพบวัตถุคล้ายทองคำจำนวนมาก ทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณหลายรายการ ซึ่งยังไม่สามารถระบุน้ำหนักและมูลค่าที่แน่ชัดได้ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพทุกขั้นตอนการตรวจค้น เพื่อความโปร่งใสและป้องกันข้อโต้แย้งเรื่องทรัพย์สินสูญหาย ก่อนรวบรวมของกลางใส่กล่อง ปิดผนึกด้วยเทป และให้ผู้ต้องสงสัยลงลายมือชื่อกำกับ จากนั้นนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.นายายอาม เพื่อรอตรวจสอบแหล่งที่มา และพิสูจน์สิทธิ์ความเป็นเจ้าของ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การพบทองคำจำนวนมากอยู่ภายในรถของผู้ต้องสงสัยในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นเรื่องผิดสังเกต จึงจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเกี่ยวข้องกับคดีใดหรือไม่
เบื้องต้นจากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายพงศ์เทพเพิ่งถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติดและเสพยาเสพติดเมื่อไม่นานมานี้

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุการก่อเหตุ นายพงศ์เทพให้การในลักษณะวกวน จับใจความได้ว่า ตนเดินทางไปหาลูกที่บ้านหลังเกิดเหตุ (จ.ตราด) โดยอ้างว่า ลูกถูกบังคับให้เล่นเกมเพื่อแลกเหรียญดิจิทัล และถูกกักตัวอยู่ภายในบ้าน จึงเกิดความไม่พอใจใช้ค้อนทุบทำลายทรัพย์สินก่อนขับรถหลบหนี
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงที่มาของทองคำทั้งหมด โดยผู้ถูกควบคุมตัวยังคงถือเป็นผู้ต้องสงสัย และจะมีการดำเนินคดีตามพยานหลักฐานที่ปรากฏต่อไป

















