ป.ป.ส. ยังไม่ชี้ "มีนา" ตั้งใจหรือถูกหลอก เร่งส่งข้อมูลช่วยคดีก่อนขึ้นศาล 14 ก.ย. พบ "เดียร์" ผู้รับมีตัวตนจริงที่ออสเตรเลีย
วันที่ 6 ก.ค. 2569 ความคืบหน้าคดี "มีนา" แอร์โฮสเตสหิ้วเฮโรอีนที่ซุกซ่อนในกระเป๋าผ้าเข้าออสเตรเลีย นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ตอนนี้เราได้แบ่งกันทำงาน ซึ่งคดีที่มีการจับกุมผู้ต้องหา 3-4 คดีก่อนหน้านี้ ได้มอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากเราพบว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งหลังจากที่เราพบว่าไรเดอร์รับออเดอร์มาจากต่างชาติ และมีสองสามีภรรยาชาวลาวซึ่งทำหน้าที่ในการรับส่งสารเสพติดในรูปแบบสำเร็จรูปจากอีกฝั่ง โดยลักษณะการส่งสารเสพติดมี 2 อย่าง คือ ผ่านพัสดุไปรษณีย์ และส่งกันแบบมือชนมือ ซึ่งการส่ง 2-3 รอบ รวมถึงมีเรื่องสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยพบว่ามีการตั้งเป็นเพจอวตารในการหว่านแหทักหาลูกเรือ หรือคนที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ รับหน้าที่ในการหิ้วของออกจากประเทศ ไทย ซึ่งดูแล้วเป็นขบวนการใหญ่ระดับชาติ
ส่วนการขยายผลที่ปลายทาง คือ ประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้เราได้หารือกับ AFP เพราะเราทราบชื่อ-นามสกุลแล้ว พบว่าปลายทางที่รอรับของคือ “เดียร์” มีตัวตนจริง ซึ่งเป็นคนไทย ที่อาศัยอยู่ประเทศออสเตรเลียมานานมากกว่า 10 ปี แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า ได้รับสัญชาติเป็นคนออสเตรเลียหรือไม่ รวมถึงต้องสืบต่อไปว่าเครือข่ายใหญ่ในออสเตรเลียมีใครบ้าง เพราะเชื่อว่าไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียวและไม่ได้มีเพียงแค่คนไทยเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังพบว่าการส่งของออกจากประเทศไทยไปออสเตรเลีย มีการนำส่งพัสดุให้กับบุคคลชื่อเดียร์หลายครั้ง และยังพบว่ามีประจักษ์พยานอีกหลายอย่าง ซึ่งมีการมอบข้อมูลนี้ให้กับทางออสเตรเลียไปตรวจสอบแล้วเรียบร้อย

ส่วนการสอบปากคำแฟนหนุ่มของแอร์โฮสเตส ได้มีการพูดคุยและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พบว่า แฟนหนุ่มมีอาชีพและการงานที่ดี ให้ข้อมูลว่า หลังจากได้รับสินค้า นำขึ้นไปบนคอนโด และจากนั้นจึงบรรจุใส่ในกระเป๋าเดินทาง แฟนหนุ่มก็ช่วยบรรจุใส่กระเป๋าด้วย ซึ่งยืนยันว่าในระหว่างที่นำใส่กระเป๋าได้มีการตรวจสอบแล้ว โดยเปิดซิปกระเป๋าแต่ละใบดู พบว่าไม่มีสิ่งใดจึงบรรจุใส่กระเป๋าเดินทางไป โดยกระเป๋าเดินทางก็ได้รับการตรวจสอบผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ
ส่วนความเชื่อมโยงของการเคลื่อนย้ายสารเสพติดของกลุ่ม จ.เลย และ กทม. นางสาวอารีภักดิ์ เปิดเผยว่า ตอนนี้เรายังไม่มีความชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับนางสาวมีนาหรือไม่ ซึ่งต้องมีการนำข้อมูลจากหลายฝ่ายมาประกอบกัน เพื่อมาดูความเชื่อมโยงกันอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนกรณีเรื่องของค่าจ้างว่าตกลงแล้วนางสาวมีนาได้รับค่าจ้างกี่บาท นางสาวอารีภักดิ์ ระบุว่า ราคา 8,800 บาทในตอนแรกเป็นคำกล่าวอ้างที่เจอในโทรศัพท์มือถือ แต่ในความเป็นจริงเรายังไม่ทราบว่า มีรายการเงินเข้ามากี่ครั้ง เพราะจากการตรวจสอบพบว่า ทันทีที่ของมาถึงมือ มีเงินเข้ามา 1,700 บาท และก่อนบินก็มีเงินเข้ามาอีก 1,700 บาท รวมเป็น 3,400 บาท แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังไม่เห็นข้อมูลอย่างละเอียดในสมุดบัญชีของมีนา แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าในบัญชีของมีนามีเงินอยู่เพียงไม่กี่ 1,000 บาท จึงยังไม่ตอบโจทย์ว่าเป็นตัวเลขใด
ส่วนปลายทางที่ "เดียร์" รอรับพัสดุ จะเป็นที่โรงแรมหรือที่สนามบินนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
นอกจากนี้ นางสาวอารีภักดิ์ ระบุเพิ่มเติมว่า การขนย้ายยาเสพติดเราทราบกันอยู่แล้วว่า ต้นทางอยู่ที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทยขึ้นไป การลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในประเทศ มีความพยายามนำเข้ามาทั้งทางภาคเหนือและทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งทางภาคเหนือเรามี ป.ย.ส.35 ร่วมกับกองทัพบก ที่สกัดกั้นทางชายแดนอยู่แล้ว จากนั้นพอเรามีการสกัดกั้นทางภาคเหนือมากๆ ขบวนการก็หนีมาใช้เส้นทางภาคอีสานแทน เราจึงดำเนินการร่วมกับ ป.ย.ส.34 และป.ป.ส.4 โดยได้ทำงานร่วมกับ สปป.ลาว ซึ่งพบว่าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในการจับตาเฝ้าระวังพื้นที่ทั้งสองฝั่ง แต่ก็ยังพบความพยายามในการเล็ดลอดเข้ามา
เมื่อถามว่า นางสาวมีนาสามารถรู้หรือไม่รู้ว่าสิ่งที่ขนไปเป็นเฮโรอีนโร นางสาวอารีภักดิ์ ระบุว่า ตอนนี้ยังตอบชัดเจนไม่ได้ เพราะว่ามีหลายประเด็นที่เราต้องหาคำตอบมา แต่ในขณะเดียวกันก็มีคำให้การของนายอุทัย ที่ระบุว่า มาส่งให้เป็นครั้งแรก และไม่เคยรู้จักกับนางสาวมีนามาก่อน ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ว่านางสาวมีนาไม่ได้ตั้งใจ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องหาคำตอบอีกว่า เป็นไปด้วยความไม่ตั้งใจ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ
ถ้าหากนางสาวมีนาไม่ได้ตั้งใจจะขนย้ายเฮโรอีน แนวทางในการดำเนินการจะเป็นอย่างไรนั้น นางสาวอารีภักดิ์ ระบุว่า ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้คือ ต้องเอาข้อมูลทั้งหมดส่งให้กับทางออสเตรเลีย สถานทูตไทย และกรมศุลกากร ในเรื่องของการแก้ต่างให้กับนางสาวมีนา เพราะขณะนี้ก็ยังไม่ถึงขั้นของการเป็นผู้ต้องหา เป็นเพียงผู้ที่ถูกกักตัวที่ต้องดำเนินคดีในอนาคต
ส่วนสภาพจิตใจของนางสาวมีนา พบว่า มีการให้ความร่วมมือและพูดคุยกับทางกรมศุลกากรอย่างดี
เมื่อถามว่า ขบวนการขนย้ายยาเสพติดดังกล่าวมาจาก สปป.ลาว ที่เดียวหรือไม่ นางสาวอารีภักดิ์ ระบุว่า ไม่ทั้งหมด แต่มาจากบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งคนๆ หนึ่งก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของขบวนการ ตอนนี้เราพบว่าขบวนการนี้มีการแบ่งตอน แบ่งส่วน โดยไม่มีความเชื่อมโยงกัน และไม่รู้จักกัน มีเพียงการสั่งการให้ปฏิบัติหน้าที่เฉพาะหน้าที่ของตนเองว่าใครทำอะไร ซึ่งกระบวนการนี้ก็มีความเป็นไปได้หมดว่า อาจจะมาจากฝั่งลาว ไทย หรือออสเตรเลีย
เมื่อถามว่า แก๊งอาชญากรรมข้ามชาตินี้เป็นขบวนการ "หนูเฉิน" ที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้านี้หรือไม่ นางสาวอารีภักดิ์ เผยว่า ขบวนการค้ายาเสพติดเราปักใจว่าเป็นขบวนการเดียวกัน หรือจะเป็นคนละขบวนการไม่ได้ เพราะการทำงานบางทีอาจจะมีความเชื่อมโยงกัน และอาจจะเป็นคนใหม่หรือคนเดิมก็ได้ เพราะตอนนี้ผู้ค้ามีทั้งหน้าใหม่และคนเดิมที่ทำเรื่องนี้อยู่
นอกจากนี้ วันที่ 14 ก.ย. 2569 ทางมีนาจะขึ้นศาลแขวงที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเราก็ยังคงมีเวลาในการมอบข้อมูลไปสนับสนุนและช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด

















