คุมตัว "อุทัย" ชายใส่ฮู้ดถือกล่องซุกซ่อนเฮโรอีน ส่งให้ "มีนา" ชี้จุดยืนยันของกลาง เจ้าตัวขอโทษแอร์โฮสเตสสาว รับกระเป๋าซุกเฮโรอีนมาจาก เชียงคำ จ.พะเยา ค่าจ้าง60,000บาท
ความคืบหน้าการขยายผลดำเนินคดี บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ "แอร์มีนา" หลังถูกจับที่ออสเตรเลีย พบลักลอบขนเฮโรอีน จนนำมาสู่การจับกุมตัว นายอุทัย อายุ 57 ปี ชาวม้ง ชายใส่เสื้อฮู้ดที่ส่งผงขาวให้ "มีนา" จากนั้นได้นำตัวไปชี้จุดประกอบสำนวน
ล่าสุดเวลา 16.16 น.เจ้าหน้าที่ได้คุมตัว นายอุทัย ลงจากรถ เพื่อยืนยันของกลาง ว่าเป็นของนายอุทัยหรือไม่ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ใช้ FTIR (Fourier Transform Infrared Spectroscopy) หรือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ในการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีโดยใช้แสงอินฟราเรด เพื่อตรวจพิสูจน์ผงสีขาวที่ได้จากการเกลี่ยออกมาจากกองเศษผ้าลายช้าง โดย ผลการตรวจยืนยันชัดว่า เป็นเฮโรอีน ทำให้ พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผบ.ตร. ได้ซักถามนายอุทัย ว่า กองเศษผ้าลายช้างเป็นสิ่งที่บรรจุนี้ใส่ยาเสพติด มาใช่หรือไม่ ซึ่งนายอุทัย พยักหน้าตอบรับว่าบรรจุยาเสพติดใส่มาในนั้นจริง
ก่อนที่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะได้อธิบายลักษณะและผลการตรวจพิสูจน์ จากการนำตัวอย่างผงสีขาวบนกองเศษผ้าที่เป็นของกลางมาตรวจด้วยเครื่อง FTIR ผลออกมาว่าเป็นเฮโรอีนหลังจากนี้จะส่งห้อง lab ในการตรวจพิสูจน์โดยละเอียดต่อไป ทั้งนี้ยังไม่สามารถบอกปริมาณของเฮโรอีนที่พบดังกล่าวได้ ก่อนที่จะคุมตัวนายอุทัยขึ้นไปไปยังห้องพัก เพื่อตรวจค้นห้องพักซ้ำ
ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังนำตัวนายอุทัย อายุ 57 ปี ชาวม้ง ผู้ต้องสงสัยที่สวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน และเป็นผู้นำพัสดุไปส่งยังคอนโดย่านบางนา กรุงเทพมหานคร มาชี้จุดแหล่งกบดานและตรวจค้นหาหลักฐาน รวมถึงทำแผนประกอบรับคำสารภาพ ว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวในลักษณะจับกุมเร่งด่วน ก่อนดำเนินการขอหมายจับจากศาลย้อนหลัง โดยผู้ต้องหาชื่อ “อุทัย” เป็นชาวม้ง จังหวัดน่าน ซึ่งมาเช่าพักอาศัยอยู่ในจุดที่เข้าตรวจค้น
ซึ่งจากการสอบปากคำ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ได้เดินทางไปรับกระเป๋าที่อำเภอเชียงคำ โดยรับกระเป๋าลายช้าง 4 ตัว จำนวน 12 ใบ และลายช้าง 2 ตัว จำนวน 6 ใบ ซึ่งภายในบรรจุเฮโรอีนมาแล้ว ก่อนนำมาพักเก็บไว้ในห้องพัก และภายหลังทราบข่าวแอร์โฮสเตสถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย จึงนำเฮโรอีนที่เหลือทิ้งลงชักโครก และนำกระเป๋าบางส่วนไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ เพื่อทำลายหลักฐาน ส่วนของกลางที่ตรวจพบในวันนี้เป็นวัสดุที่ถูกตีกลับมาจากซอยเสือใหญ่
ทั้งนี้ จากการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยังพบคราบเฮโรอีนตกค้างภายในกระเป๋าที่ตรวจยึดได้ โดยผลตรวจมีค่าความเข้มข้นเกือบ 900 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ยืนยันว่าเป็นคราบเฮโรอีนที่ยังหลงเหลืออยู่
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทราบตั้งแต่ต้นว่าภายในกระเป๋าบรรจุเฮโรอีน โดยรับของมาจากคนที่ปกปิดใบหน้า ที่อำเภอเชียงคำ ก่อนโดยสารรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ เก็บของไว้ที่ห้องพัก และนำไปส่งที่คอนโด ย่านบางนา ได้รับค่าจ้างครั้งละ 60,000 บาท และอ้างว่าทำมาแล้ว 3 ครั้ง
สำหรับผู้ว่าจ้าง ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลชาวไทยผ่านกลุ่มไลน์ แต่จำชื่อจริงไม่ได้ โดยใช้ชื่อบัญชีในลักษณะชื่อโค้ด เช่น “รินริน” ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและขยายผลต่อไป
ส่วนการลำเลียงยาเสพติด ผู้ต้องหาระบุว่าไม่ได้เป็นผู้บรรจุเฮโรอีนลงในกระเป๋า แต่รับกระเป๋าที่แพ็กมาเรียบร้อยแล้ว ก่อนนำมาแพ็กใส่กล่องและจัดส่งเท่านั้น ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าการส่งของทั้ง 3 ครั้งใช้คนขับรถรายเดียวกันนั้นก็นายอติราช หรือ เป้ อายุ 59 ปี โดยติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์ ไม่ได้เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติม
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงกับนายอติราช หรือ เป้ อายุ 59 ปี ผู้ขับรถที่ใช้รับส่งพัสดุ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน หากพบผู้ใดมีส่วนร่วมก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที
ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยว่าชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินที่ปรากฏในภาพวงจรปิดเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาหรือไม่ พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า เป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจากผู้ต้องหารับสารภาพด้วยตนเองว่าเป็นบุคคลในภาพ พร้อมให้ข้อมูลว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุถูกนำไปทิ้งแล้ว แม้สีจะแตกต่างจากเสื้อที่สวมในวันที่ถูกจับกุม แต่เป็นเสื้อยี่ห้อเดียวกันที่เจ้าตัวนิยมสวมใส่และชื่นชอบยี่ห้อนี้ ซึ่งจากการเข้าตรวจค้น 2 จุด เจ้าหน้าที่พบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ทั้งเสื้อผ้าที่มีลักษณะคล้ายกับที่ปรากฏในภาพวงจรปิด รวมถึงกระเป๋าที่ใช้บรรจุยาเสพติดบางส่วน ขณะที่จุดทิ้งเสื้อผ้าตามเส้นทางหลบหนียังอยู่ระหว่างติดตามค้นหา
ส่วนสถานะของแอร์โฮสเตสผู้ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า เป็นอำนาจการสอบสวนของตำรวจออสเตรเลีย จึงไม่สามารถก้าวล่วงได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจไทยพร้อมประสานและส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมด หากทางการออสเตรเลียร้องขอเพิ่มเติม
สำหรับข้อกล่าวหาของผู้ต้องหารายนี้ อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดตามพฤติการณ์ของคดี โดยคาดว่าจะมีหลายข้อหา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการครอบครองและลำเลียงยาเสพติด รวมถึงการกระทำผิดอื่นที่ปรากฏจากพยานหลักฐาน ขณะที่การสอบสวนยังคงเดินหน้าขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งต้นทางและปลายทางต่อไป
ต่อมาเวลา 17.10 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายอุทัยออกจากอพาร์ทเมนท์พาขึ้นไป ไปชี้จุดที่ห้องพัก ผู้สื่อข่าวพยามสอบถามว่ามีอะไรอยากจะพูดหรือไม่หรืออยากจะขอโทษอะไรหรือไม่ นายอุทัย ระบุตลอดทางว่า "ขอโทษแอร์ด้วยครับ ขอโทษที่ทำลงไป ขอโทษจริงๆครับ"

















