อดีตลูกเรือ ซึ่งมีหลานเป็นเพื่อน "แอร์สาว" คนในข่าว เผย อยากให้สายการบินส่งสายสืบไปตรวจดูพฤติกรรมลูกเรือเพื่อเฝ้าระวัง พร้อมมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แอร์สาวอาจทำไปเพราะต้องการเงิน
วันที่ 1 ก.ค. 2569 นายนพดล พรหมภาษิต หรือ รอยตุ๊ อดีตหัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแห่งหนึ่ง เปิดเผยถึงกรณี แอร์โฮสเตส ที่ขนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย โดยระบุว่า หลานของเพื่อนตนเองเป็นเพื่อนของนางสาวมีนา ได้รับทราบข้อเท็จจริงในบางมุม ที่อาชีพแอร์จะมีการรับหิ้วและขนของจากยังประเทศปลายทาง และมองว่าเหตุการณ์นี้จะต้องตั้งคำถามว่า ควรจะต้องไปดูที่เส้นเงิน ดูต้นทางของกระเป๋าดังกล่าวว่ามาจากไหน เพราะมีในโซเชียลไปบอกว่าน้องทำมาหลายครั้ง ครั้งละล้านนั้นก็ต้องไปสอบเส้นทางการเงิน และความเป็นอยู่น้องเป็นยังไง แต่ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นต้องบอกว่าผิดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมองกฎหมายไหน ซึ่งก็เพราะว่าเงินคำเดียว เพราะอาจจะมีภาระ หรือต้นทุนต่ำ จึงต้องมารับหิ้วของ
เมื่อถามว่าได้ถามหลานสาวหรือไม่ว่ามีนาเข้ามาในกลุ่มรับหิ้วของเมื่อไหร่อย่างไร นายนพดล บอกว่า ถ้าตัวน้องมีนาจะหิ้วเพื่อหารายได้เขาก็ต้องหาหนทางเข้ามาในกลุ่มแบบนี้อยู่แล้ว และมองว่าเช่นเดียวกับกลุ่มมิจฉาชีพ ก็จะหาช่องทางในการส่งของผิดกฎหมายออกไป และที่เลือกอาชีพแอร์ ก็มองว่าแอร์มีบินวันๆหนึ่งมากมาย การจ้างแอร์มันง่ายกว่า เพราะเขาต้องเดินทางประจำอยู่แล้ว
นายนพดล ยังบอกอีกว่า หากจะมีการจัดการทางสายการบินจะต้องจริงจังและเข้มงวด ต้องลงโทษขั้นสุดโดยไม่ละเว้นใครก็ตาม และให้สายสืบแอร์ด้วยกันเข้าไปดูเลย ว่า ลูกเรือคนไหนมีพฤติกรรมรับหิ้วของเป็นประจำ ก็เข้าไปสอดส่องและดำเนินการ และสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ก็กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศตนก็เชื่อว่าในอนาคตเมื่อเวลาผ่านไปมันก็จะกลับมาเป็นปกติ คนก็จะลืม
ตนเองมองว่า เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นวิกฤตของน้องมีนาก็ขอให้ผ่านพ้นและต้องยอมรับสภาพ แต่ส่วนตัวมองน้องก็คงไม่รู้เรื่อง เพราะเที่ยวบินยังน้อย และมองว่าคงไม่เป็นอะไร เพราะเห็นว่าเป็นสินค้าโอทอปและคนไทยให้คนไทยเหมือนกัน มองว่าอาจจะพลาดแม้ว่าจะมีจะมีการเปิดกระเป๋าดูตรวจสอบแล้วก็ตาม แต่ก็คงไม่คิดว่ามิจฉาชีพจะแยบยลซ่อนสารเสพติด แต่ก็อยากให้เอะใจว่าสินค้าโอทอป 12 ใบทำไมราคาค่าส่งสูงถึง 8,000 บาท
ตนเองในฐานะอดีตลูกเรือเก่าอยากจะฝากเตือนลูกเรือปัจจุบันว่าทุกครั้งที่ใส่ยูนิฟอร์มของสายการบินให้พึงระลึกว่าเราเป็นตัวแทนของสายการบินนั้น จะต้องทำตัวให้มันดีสมกับเกียรติของแอร์โฮสเตสอย่าด้อยค่าวิชาชีพ อย่าหาทำอะไรแบบนี้ เพราะมันจะส่งผลต่อตนเองเพื่อนร่วมงานสายการบินและประเทศชาติ หรือใครที่ยังทำก็ขอให้รอบคอบและลดระดับลงไป
ขณะที่นายนพดล ยังมองอีกว่า ส่วนตัวคิดว่าอาจจะมีการส่งสารเสพติดแบบนี้ผ่านแอร์โฮสเตส หลุดลอดเข้าไปยังประเทศออสเตรเลียแล้ว อาจจะถูกจับจนมีการซัดทอดว่าได้รับมาจากแอร์โฮสเตสทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแอร์โฮสเตสจนไปสู่การจับกุม ซึ่งตนมองว่าควรไปหาที่ต้นตอของสารเสพติดว่ามาจากไหน ทั้ง โรส และแป้งที่แปลว่าแป้ง รวมถึงคนที่มาส่งของ เพื่อหาต้นตอของยา แล้วถ้าหากน้องมีนาบริสุทธิ์ใจก็ควรจะให้ข้อมูลทั้งหมดกับตำรวจที่ออสเตรเลีย

















